ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี หอบแชทนักเรียน ม.ปลาย หวั่นวางแผนก่อเหตุซ้ำช่วง 17–18 ส.ค. เข้าแจ้งความ สภ.ปลายบาง ย้ำยังเชื่อมั่นโรงเรียน 100% พร้อมขอเพิ่มมาตรการตรวจค้นอาวุธ ขณะที่พ่อ-แม่เลี้ยงเด็กผู้ก่อเหตุเข้าสอบปากคำรอบ 2 ก่อนยกมือขอโทษผู้ได้รับผลกระทบด้วยสีหน้าโศกเศร้า

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ส.ค. 69 นางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ สาเกตุ รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้นำแชทหลักฐาน ซึ่งมีการพูดคุยเกี่ยวกับเด็กนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี วางแผนการก่อเหตุสลดซ้ำ ในวันที่ 17-18 ส.ค. นี้ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง
นางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ สาเกตุ รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่ทราบเป็นเรื่องส่วนตัวของเด็ก ซึ่งเด็กไม่ได้มีพฤติกรรมหรือการวางแผนมาก่อน และยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยตามข่าวที่ออกมา ส่วนประเด็นเรื่องแชตที่นำมาแจ้งความในวันนี้เนื่องจากมีเด็กนักเรียนส่งเข้าในไลน์กลุ่มเครือข่ายผู้ปกครอง ซึ่งมีทั้งนักเรียนและผู้ปกครองรู้สึกไม่สบายใจ ตนจึงเป็นตัวแทนของผู้ปกครองเข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันว่าอาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก
ประเด็นเรื่องแชตที่เด็กแชร์มาเป็นข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีเพื่อนอีก 1 คน จริงๆแล้วคือตำรวจนอกเครื่องแบบของ สน.ลุมพินี ที่เข้าไปในที่เกิดเหตุคนแรก ได้มีการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปในตึก 5 ที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือเด็กออกมา ซึ่งเด็กเข้าใจ ตีความว่ามีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 2 คน และรู้สึกมีความกังวล ตนจึงนำข้อมูลมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้น ทางโรงเรียนได้สั่งปิดโรงเรียนชั่วคราว และจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 17 ส.ค. 2569 โดยทางโรงเรียนจะมีการประชุมจากฝ่ายบริหารถึงมาตรการในการป้องกันเหตุให้มากขึ้น ยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้ปล่อยปละละเลย เด็กนักเรียน ตอนนี้ผู้ปกครองเป็นห่วงเรื่องของข่าวสารที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากทางโรงเรียน และทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งได้มีการอธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจ
ตอนนี้เรายังเชื่อมั่นในโรงเรียน 100% รวมถึงคณะผู้บริหาร และคุณครูในโรงเรียน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าคุณครูจะสามารถดูแลเด็กนักเรียนได้ ส่วนประเด็นเรื่องการให้คุณครูพกอาวุธปืนตนมองว่ามันเป็นดาบสองคม ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่อยากให้เพิ่มมาตรการตรวจค้นอาวุธมากกว่า
ทางโรงเรียนมีการเข้มงวดในการประชุมผู้ปกครองมาตลอด หากผู้ปกครองไม่สะดวก จะต้องหาตัวแทนมาเข้าร่วมประชุมให้ครบ 100% เพื่อรับฟังนโยบาย กฎระเบียบ และทำ MOU ร่วมกัน
ตนไม่เคยเจอกับคุณปู่คุณย่าของเด็กที่ก่อเหตุ แต่คุณครูที่ปรึกษาเคยพบเจอเวลาประชุมผู้ปกครอง ที่ผ่านมาเด็กใช้ชีวิตปกติและไม่ได้มีพฤติกรรมที่ควรจับตามองเป็นพิเศษ รวมถึงวันที่เกิดเหตุก็ไม่ได้มีอาการบ่งบอกชัดเจน
ทางโรงเรียนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจความเรียบร้อยภายในโรงเรียนเป็นระยะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดูแลความปลอดภัยหน้าโรงเรียน แต่ไม่เคยมีหน่วยงานเข้ามาดูแลสภาพจิตใจคุณครูกับนักเรียนในโรงเรียน เพราะทางโรงเรียนไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนประเด็นเหตุการณ์สลดก่อนหน้านี้ เมื่อ 1 สัปดาห์ที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนด้วย
ต่อมา ภายหลังพ่อกับแม่เลี้ยง ของเด็ก ม.3 ที่ก่อเหตุได้เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 ก่อนออกมาจากห้องสอบสวนด้วยท่าทางโศกเศร้า พร้อมยกมือไหว้ขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และเดินขึ้นรถกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

