นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น โดยข้าวหอมมะลิ: ปรับขึ้นจาก 12,000 บาท/ตัน ในช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2568 เป็น 18,000 บาท/ตัน ยางพาราปรับขึ้นจาก 65 บาท/กิโลกรัม ในปี 2568 เป็น 97 บาท/กิโลกรัม ในปี 2569 ปาล์มทะลายปรับขึ้นจาก 1–3 บาท/กิโลกรัม เป็น 9.6 บาท/กิโลกรัม

นายพิชญุตม์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้าว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ผลักดันมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปี 2569/70 วงเงินกว่า 59,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” พร้อมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกช่วยเกษตรกรขายข้าวได้ราคาสูงกว่าตลาด 200-400 บาทต่อตันและส่งเสริมตลาดข้าวพรีเมียม นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ในหลายพื้นที่ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งเดินหน้าเจรจาขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยกับประเทศมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐ จีน และเปิดตลาดใหม่ เช่น อินเดีย

นายพิชญุตม์ ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. คลัง ที่แก้ปัญหาพลังงานและภาระหนี้สิน โดยออกมาตรการอุดหนุนค่าน้ำมันและค่าขนส่งกว่า 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมภาคเกษตร พร้อมสานต่อโครงการพักหนี้เกษตรกร ธ.ก.ส. ระยะที่ 2 และ 3 ซึ่งช่วยบรรเทาภาระของเกษตรกร

“นายกฯ อนุทินเป็นผู้นำที่พร้อมรับผิดชอบต่อปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านพลังงานและราคาสินค้าเกษตร และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่าน และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถเดินหน้าบริหารประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง และอยากให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของข้อมูล” โฆษก กมธ.การเกษตรฯ กล่าว

