ผบก.น.2 แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” พร้อมแจ้งเอาผิดบุคคลที่เเข้าข่ายกระทำผิด

4

ผบก.น.2 สรุปสำนวน7 แฟ้ม ส่งพนักงานอัยการฟ้อง “สุวิชา” เจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ฟัน 5 ข้อหาหนักพ่วง เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต ชี้ชัด มีโต๊ะขวาง ประตูหนีไฟล็อค ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด

กรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงดึกวันที่ 12-13 ก.ค.69 ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 37 ราย มีผู้บาดเจ็บจากไฟลวก จำนวน 77 ราย ด้านคดีพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับความประมาท และพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ขณะนี้พยานฝ่ายผู้ประกอบการ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 150 ปาก ส่วนนายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.เปาโลฯเกษตร ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กทม.มีคำสั่งให้นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผอ.สำนักงานเขตจตุจักรไปช่วยราชการสำนักปลัดกทม. เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดที่ สน.พหลโยธิน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ส.ค.69 พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เรียกประชุม พ.ต.อ.อิสระ ณ พัทลุง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ พ.ต.อ.ธิติพงษ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2
และ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ร่วมกันแถลงสรุปผลความคืบหน้าทางคดี

โดย พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า จากคดีดังกล่าวทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการมาโดยตลอด จึงมีการนำสำนวนการสอบสวน เสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้อง

พ.ต.อ.อิสระ รอง ผบก.น.2 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ รวม 211 ปาก จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนนำมาพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุของเพลิงไหม้จนได้ข้อสรุป จากพยานหลักฐาน ผู้กระทำความผิดคือ เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ความผิดฐาน กระทำการเพลิงไหม้โดยประมาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท, กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท, และกระทำผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ นอกจากนี้ยังผิดข้อหาในส่วนของการเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยวันนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพยานหลักฐาน ซึ่งค่อนข้างครบถ้วนถูกต้องสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา

พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า เบื้องต้น ดำเนินคดีกับ เจ้าของร้าน คือ นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเบียร์ ทั้งในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว สำหรับหุ้นส่วนมีทั้งหมด 4-5 คน ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบว่ามีส่วนในการบริหาร จึงนำสำนวนทั้งหมด รวม 7 แฟ้ม ส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา

พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยอีกว่า จัดการรวบรวมพยานหลักฐานเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งพบว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรโดยมีการ ดัดแปลงการใช้ไฟฟ้า จนเกิดไฟช็อตและลุกลามไปที่วัสดุซับแผ่นกันเสียง จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ประกอบกับรูปแบบลักษณะของร้านไม่เอื้ออำนวย ต่อการเกิดอัคคีภัยและจะหลบหนีได้โดยง่าย เนื่องจากมีการวางโต๊ะเป็นจำนวนมากและประตูต่างๆ ที่ควรจะเป็นทางหนีไฟ แต่กลับมีการ ตั้งวางสิ่งของ และปิดล็อค หรืออยู่ในลักษณะ ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากการสอบปากคำ ทางพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ พบว่าเป็นความประมาทของเจ้าของร้านที่ไม่ใช้ความระมัดระวัง ผิดวิสัยของผู้ประกอบการในลักษณะนี้จึงมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา