วันนี้ (3 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการเช็กลิสต์มาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการและสถานประกอบการทั่วกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ กทม. โดยสำนักงานเขตทุกแห่งดำเนินการไปได้มากแล้ว ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการปรับปรุงสถานบริการอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นแค่ไฟไหม้ฟาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า อาคาร 500-600 แห่ง ทั้งที่มีการปิดไปก่อนหน้านี้แล้วและไม่มีใบอนุญาต ได้รับคำแนะนำและมีการปรับปรุงความปลอดภัยให้ดีขึ้น โดยภายในสัปดาห์นี้จะมีการอัปเดตสถานการณ์โดยภาพรวม ซึ่งจะมีข้อมูลก่อนและหลังการปรับปรุงของสถานที่ต่าง ๆ และหากประชาชนพบในส่วนที่มีปัญหาหรือไม่มั่นใจ ให้มีการแจ้งผ่าน Traffy Fondue เพื่อที่จะเข้าดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เราจะมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน
สำหรับเสียงสะท้อนของประชาชนที่มีต่อการทำหน้าที่ของสำนักงานเขตที่มีการปล่อยปละละเลยให้เปิดสถานบริการโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตมาก่อนนั้น ตนคิดว่าในเรื่องนี้เรายังมีข้อบกพร่องอยู่ ที่ผ่านมามีการตรวจโดยใช้เกณฑ์ของสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ไม่ได้ใช้เกณฑ์ของสถานบริการ ซึ่งมาตรฐานในการตรวจอาจจะไม่ได้เข้มงวดมาก แต่ ณ วันนี้เราได้มีการปรับเพิ่มมาตรฐานในการตรวจให้เข้มข้นขึ้น โดยใช้มาตรฐานของสถานบริการมาจับ เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนสถานบริการใดที่ไม่มีอนุญาต ละเลยผิดกฎหมาย ก็จะมีการไม่ให้เปิดอีกต่อไป
ส่วนที่มีใบอนุญาตแล้วจากนี้ ย้ำว่าจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตรวจเช็กลิสต์อย่างเข้มข้น ส่วนสำนักงานเขตที่ปล่อยปละละเลย ก็จะมีมาตรการในการตรวจสอบแต่ละเขตด้วย มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว กรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งได้มีการย้าย ผอ. เขตจตุจักรเข้าไปช่วยราชการภายใน กทม. ก่อน และได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะมีการรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวมาที่นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัด กทม. เพื่อพิจารณาต่อไป

