“รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1”เคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น พร้อมอ้างบทบัญญัติ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 93 ระบุการโอนต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ ย้ำตลอด 37 ปีในเครื่องแบบสีกากี สั่งสมประสบการณ์ทั้งงานสืบสวน ป้องกันปราบปราม และอำนวยการ จึงเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุดในช่วงเวลารับราชการที่เหลืออยู่

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.(กมค.) อาวุโสอันดับ 1 ได้มีหนังสือบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มีใจความระบุว่า
“เรื่อง ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น เรียน ผบ.ตร. ผ่าน ผบช.สกพ.ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลง 24 ก.ค.2569 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แจ้งว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ด.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไปนั้น ข้าพเจ้าขอเรียนว่า ตามมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า

“การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นจะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโฮนทำความตกลงกับ ตร.และข้า ฯ มีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี งบประมาณ โดยตลอตระยะเวลาการรับราชการใน ตร. รวม 37 งบประมาณ จนมีความเจริญก้วหน้ามาตามลำดับถึงถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ในปัจจบัน ข้าฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ สายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและทุ่มเท
โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อทางราชการ สังคมและประชาชนเป็นสำคัญ และมีความรู้ความเข้าใจการบริหารงานสำรวจในระดับมหภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ปฏิบัติงานส่งเสริมกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัย มาใช้ในงานตำรวจได้เป็นอย่างตึ ประกอบกับที่ผ่านมาข้าฯ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลยและระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่นไม่นำจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร. ต่อไป
ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและความสอดคล้องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว ข้าฯ จึงขอเรียนยืนอันว่าไม่มีความสามารถรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ “หนังสือดังกล่าวระบุ

