สภากลาโหม อนุมัติแผน“ความพร้อมรบ“ สั่ง กองทัพไทย-เหล่าทัพ จัดทำมาตรฐานการสะสม กระสุน-ยุทธภัณฑ์สำรองสงคราม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

3

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานสภากลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 5/2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ผลการดำเนินงานของกองทัพ และความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงกลาโหม

ประธานสภากลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยจัดทำ Action Plan รองรับนโยบายด้านความมั่นคงและการทหารเร่งด่วน โดยกำหนดเป้าหมาย ขั้นตอน ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อสภากลาโหมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นโยบายสามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้หลัก “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายด้านความมั่นคงและการทหารเร่งด่วน เพื่อใช้เป็นกรอบในการเตรียมกำลัง พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ และเสริมความพร้อมรับมือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ไซเบอร์ อวกาศ และมิติข้อมูลข่าวสาร

พร้อมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการจัดและอัตรากำลังพลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ พ.ศ. 2569–2580 ตามแนวคิด Ministry of Defence White Paper 2026–2037 โดยมุ่งปรับโครงสร้างให้มีความคล่องตัว ควบรวมภารกิจที่ซ้ำซ้อน ยุบหน่วยที่หมดความจำเป็น และไม่เพิ่มอัตรากำลังหรือภาระงบประมาณของภาครัฐ

ประธานสภากลาโหมได้กำชับให้กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพจัดทำมาตรฐานการสะสม สิ่งอุปกรณ์ประเภทที่ 5 (สป.5) ได้แก่ กระสุน และยุทธภัณฑ์สำรองสงคราม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการส่งกำลังบำรุงและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยรายงานความคืบหน้าการพัฒนาแนวคิดการป้องกันภัยทางอากาศร่วมแบบหลายชั้น (Layered Air Defence) เพื่อรับมือทั้งอาวุธยิงระยะไกลและอากาศยานไร้คนขับ โดยเชื่อมโยงระบบข้อมูลระหว่างเหล่าทัพ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนตามนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่

กองทัพบก รายงานผลการบูรณาการรักษาความมั่นคงชายแดน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ควบคู่กับการพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบต่อต้านโดรน และการฝึกตามแผนป้องกันประเทศ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนกองทัพบก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

กองทัพเรือ และกองทัพอากาศรายงานความคืบหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังรบ โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ระบบไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบบัญชาการและควบคุม ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่