วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นาย สนธิญา สวัสดี ได้เดินทางมาเข้ายื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนาย วีระ ธีรภัทร ว่า ทำงานเกินขอบเขต อำนาจหน้าที่ กรรมาธิการ และใช้สิทธิ ที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกรณีกล่าวหาว่าให้บุคคล 4 คนมา กำหนด ราคาพลังงาน ทั้ง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา อีก 3 คน ของคณะกรรมการ กกพ. ที่ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
โดยนายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้มีสองเรื่อง เรื่องที่หนึ่งผมส่งเอกสารเพิ่มเติมสำนักเลขาธิการรัฐสภาขอเอกสารเพิ่มเติมกรณีผมยื่นสอบจริยธรรมของไอซ์ รัชนก ศรีนอก ซึ่งผมยื่นเอกสารมาครั้งหนึ่งแล้วสำนักเลขาธิการรัฐสภาและกรรมาธิการก็ขอเอกสารผมกลับมาอีกรอบหนึ่ง วันนี้ผมก็มายื่นอีกครั้งหนึ่งประกอบเป็นฉบับที่สอง ประเด็นหลักที่มาวันนี้ก็คือกรณีเรื่องของการที่คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่กำลังพิจารณาขณะนี้ อาจารย์วีระ ธีรภัทร สองประเด็นหลักที่ผมขออนุญาตยื่นเพื่อให้ท่านประธานรัฐสภาโปรดพิจารณาและวินิจฉัยในฐานะที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร หนึ่งกรณีที่ท่านอาจารย์วีระ ธีรภัทร เสนอในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ยกเลิก ปยป. สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง ประเด็นนี้ก็คือกรณีของ ปยป .มาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 65 การที่อาจารย์ธีระ วีรภัทร ซึ่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณเสนอยุบ ปยป. ท่านใช้สิทธิตามกฎหมาย พรบ. ว่าด้วยการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หรือไม่อย่างไร เพราะโดยบทบาทหน้าที่ของกรรมาธิการงบประมาณทำได้ตาม พรบ. กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นกรณีเสนอให้ยุบ ปยป. ซึ่งเป็นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่ออ้างมาตรา 5 บทบัญญัตืกฎข้อบังคับหรือข้อเสนอหนึ่งใดก็ตามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่สามารถกระทำได้ และ ปยป. เป็นหน่วยงานที่สร้างขึ้นมาจากสมัยรัฐบาลของ พณ ท่าน พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา และเป็นยุทธศาสตร์ชาติเพื่อจะพัฒนาแนวทางในการพัฒนาต่อไป 20 ปี ซึ่งผมเห็นว่าการเสนอดังกล่าวของคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะ อาจารย์วีระ ธีรภัทร เป็นการกระทำที่ขัดหรือไม่เป็นไปตามสิทธิ์เสรีภาพตามที่คณะกรรมการมีตามอำนาจตาม พรบ. ว่าด้วยคณะกรรมาธิการหรือไม่อย่างไรนี่คือประเด็นที่หนึ่ง
ส่วนประเด็นที่สองเช่นกัน อาจารย์วีระ ธีรภทร ให้เสนอยกเลิกกองทุนน้ำมันและกล่าวว่า กกพ. คณะกรรมการกำกับน้ำมันและพลังงานซึ่งมีอยู่ 4 คน ท่านบอกว่ามาเป็นผู้กำหนดนโยบายพลังงานแห่งชาติไม่เป็นธรรม ประเด็นที่ผมกราบเรียนถามท่านประธานรัฐสภากรณีที่บอกว่าให้ยุบการเก็บเงินกองทุนของน้ำมันหรือพลังงาน ผมถามว่าวันนี้กองทุนน้ำมันเอาเงินมาช่วยราคาหรือพยุงราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลวันนี้อยู่ที่ 36 บาทราคาขาย แต่กองทุนน้ำมันนำเงินมาพยุงราคาอยู่ที่ประมาณ 8 บาท เบนซินอยู่ที่ประมาณ 30 กว่า ๆ แต่เบนซินกองทุนน้ำมันนำเอาเงินนั้นมาพยุงเบนซินตกประมาณเกิอบ ๆ 9 บาท ผมถามว่าถ้ากรณียกเลิกกองทุนน้ำมันแล้วน้ำมันสวิงไปสวิงมาราคาสินค้าต่าง ๆ ขึ้นลง ๆ ใครจะเป็นผู้กำกับดูแล เพราะราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาสินค้าสวิงขึ้นสวิงลง
“นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน แต่ทั้งสองเรื่องไม่ว่าเสนอของอาจารย์วีระ ธีรภัทร ในเรื่องของการยุบ ปยป. หรือในการเรียกร้องให้ยุบกองทุนพลังงาน ผมถามว่าท่านใช้สิทธิอะไร ใช้ พรบ. ว่าด้วยพิจารณางบประมาณปี 2570 ใช่หรือไม่อย่างไร เพราะประเด็นที่ 1 ปยป.เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 ซึ่งใช้ พรบ. ไม่สามารถเสนอยุบได้และทำงานเกินหน้าที่หรือเปล่า เฉกเช่นเดียวกันในกรณีกองทุนน้ำมันเสนอให้ยุบ ผมก็ถามว่าเป็นการทำงานที่เกินหน้าที่ไปหรือไม่อย่างไรของคณะกรรมธิการงบประมาณปี 2570 อาจารย์วีระ ธีรภัทร เคยเป็นกรรมการบริหารหรือกองบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์วัฏจักรปี 2537 ถึง 2541 และวัฏจักรก็ยุบปัจจุบันเหลือตึกไว้เป็นสัญลักษณ์ สิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือว่าอาจารย์วีระ ธีรภัทร เสนอตัวเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณส่วนของรัฐบาล แต่วันนี้สิ่งที่เสนอนั้นผมคับข้องใจว่าเป็นการเสนอที่เกินสิทธิ์เกินอำนาจของกรรมาธิการหรือไม่และขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสำคัญที่สุดประชาชนจะได้อะไรจากการเสนอในประเด็นเหล่านี้ ด้วยสองประเด็นหลักในเรื่องการนำเอกสารมาเพิ่มเติมกรณีผมยื่นสอบจริยธรรมไอซ์ รัชนก ศรีนอก กับอีกเรื่องในวันนี้คือการยื่นเรื่องเพื่อประธานรัฐสภาพิจารณาวินิจฉัยการทำงานของกรรมาธิการงบประมาณพิจารณางบประมาณ 2570 อาจารย์สีระ ธีรภัทร กระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญขัดต่อ พรบ.ว่าด้วยการพิจารณางบประมาณปี 2570 หรือไม่อย่างไร เพื่อให้ท่านประธานรัฐสภาโปรดพิจารณาและวินิจฉัยในการทำงานของกรรมาธิการท่านอาจารย์วีระ ธีรภัทร ผมจะได้นำคลิปที่ท่านพูดในกรรมาธิการแล้วนำรายละเอียดทางด้านสื่อสารมวลชนเข้าประกอบ แต่จริง ๆ แล้วท่านประธานรัฐสภาในการพูดหรือในการเสนอ ในการอภิปรายในคณะกรรมาธิการ ใน สส. ในสภาหรือในอะไรก็ตามมีชวเลขมีการบันทึกข้อมูลไว้เรียบร้อยหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมแค่ยื่นเรื่องไม่ว่าท่านโปรดพิจารณาวินิจฉัยในประเด็นของกฎหมายโดยเฉพาะ พรบ. ว่าด้วยการพิจารณาฝบประมาณกับรัฐธรรมนูฯปี 2560 ซึ่งมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญบทบัญญัติเขียนไว้ชัดเจนว่ากฎข้อบังคัย พรบ. หรือกฎหมายประการหนึ่งประการใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้นใช้บังคับไม่ได้ วันนี้ผมจึงขอให้ท่านประธานรัฐสภาโปรดพิจารณาอย่างชัดเจน ถ้าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ถ้าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ขอให้อาจารย์วีระ ธีรภัทร หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่เป็นกรรมการงบประมาณอย่าเสนออะไรที่เกินอำนาจของตัวเอง” นายสนธิญา กล่าว

