ที่อาคารรัฐสภา วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้จัดการประชุมครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 413 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
นางรัดเกล้า ระบุว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยในวาระการศึกษาเรื่อง “สถานการณ์ผู้ต้องขัง ทิศทางการพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์ไทย การสร้างโอกาสทางอาชีพและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด” ที่ประชุมได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและภาคเอกชนเข้ามาร่วมให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย (เสก โลโซ) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและสร้างแรงบันดาลใจในการปรับตัวกลับคืนสู่สังคม นายศรายุทธ ศรีกำเนิด เพื่อสะท้อนมุมมองด้านโอกาสทางสังคมและโครงสร้างพื้นฐาน นายนพนันท์ ทองเคลือ นำเสนอแนวทางการจัดการและการมีส่วนร่วมของชุมชน และ นายอัครินทร์ ปูรี และ นางสาวเจมิกา ทองสุกใส เพื่อให้ข้อมูลในมุมมองภาคเอกชนเกี่ยวกับการจ้างงานและการสร้างอาชีพที่ตรงตามความต้องการของตลาด

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้กำหนดกรอบเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนไว้ใน 4 มิติสำคัญ ประกอบด้วย
1. Justice (ความยุติธรรม) ยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงทนายความตลอดจนความช่วยเหลือทางกฎหมายที่เป็นส่วนตัว ปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักสากล อาทิ ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) และข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules)
2. Quality of Life (คุณภาพชีวิต) ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ สุขอนามัย ที่นอน และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ภาคบังคับ กศน. ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาความคิดและจิตใจ
3. Healthcare Access (การเข้าถึงบริการสาธารณสุข) ขจัดอุปสรรคและพัฒนาระบบการรักษาพยาบาล รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตภายในเรือนจำให้มีคุณภาพเท่าเทียมกับภายนอก
4. Re-entry (การกลับคืนสู่สังคม) ผสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการฝึกอาชีพที่ใช้งานได้จริง เพื่อส่งคนดีกลับคืนสู่สังคมและลดการกระทำผิดซ้ำ
นางรัดเกล้า กล่าวเสริมว่า จากการรับฟังข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ พบอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่สำคัญหลายประการที่ต้องเร่งแก้ไข คือ
1. ข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังพล อัตราส่วนเจ้าหน้าที่และแพทย์ต่อจำนวนผู้ต้องขังยังไม่สมดุลตามมาตรฐานสากล
2. ปัญหาความแออัดในเรือนจำ (Overcrowding) สภาพทางกายภาพส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และการควบคุมโรค
3. ช่องว่างทางทักษะ (Skill Mismatch) หลักสูตรฝึกอาชีพบางส่วนยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาดงานปัจจุบัน
4. ตราบาปทางสังคม (Social Stigma) ทัศนคติเชิงลบของสังคมรวมถึงระเบียบข้อบังคับเรื่องการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ยังคงเป็นกำแพงหลักที่ปิดกั้นโอกาสการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในภาคเอกชน
“คณะอนุกรรมาธิการฯ มุ่งมั่นที่จะผลักดันข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การแก้ไขเชิงนโยบายและกฎหมาย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทยสามารถคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างแท้จริง” นางรัดเกล้า กล่าว

