สธ. สานพลัง “บวร” ขับเคลื่อนสุขภาวะพระสงฆ์ไทย ให้วัดทั่วประเทศสู่ศูนย์กลางชุมชนเป็นสุข

5

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายกรมอนามัย สานพลังบวรและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและคณะสงฆ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพลังบวร “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ไทย มุ่งพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐากและขยายผลวัดส่งเสริมสุขภาพต้นแบบ หวังสร้างระบบสุขภาวะที่ยั่งยืนให้สอดคล้องกับวิถีธรรม โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมมอบโล่เกียรติคุณ กล่าวสัมโมทนียกถาและมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ไทย

วันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันพบพระสงฆ์ป่วยด้วยโรค NCDs เป็นจำนวนมาก จึงได้ดำเนิน “โครงการผู้นำทางศาสนาด้านสุขภาพกับการพัฒนาสุขภาวะอย่างยั่งยืน” เพื่อพระคิลานุปัฏฐาก /ผู้นำทางศาสนา เป็นแกนนำด้านสุขภาพประจำวัดให้สามารถดูแลตนเองและพระภิกษุอาพาธได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและพระธรรมวินัย รวมทั้ง คัดกรองสุขภาพเชิงรุกเพื่อป้องกันโรค ยึดหลักการ “ใช้ทางธรรมนำทางโลก” อาศัยความร่วมมือของคณะสงฆ์และพลังบวร เพื่อพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางสุขภาวะของชุมชนอย่างแท้จริง โดยการดำเนินงานจะให้สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อน “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” ที่มุ่งสร้างระบบสุขภาพพระสงฆ์แบบองค์รวม ครอบคลุมมิติสุขภาพกาย สุขภาพจิต สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้วัดเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะของพระสงฆ์และประชาชน

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวา การจัดประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง “บ้าน–วัด–ราชการ” ในการยกระดับระบบการจัดการสุขภาพพระสงฆ์ในศาสนสถานให้มีความเข้มแข็ง ปัจจุบันกรมอนามัยได้ขับเคลื่อนงานจนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกลไกสุขภาพในระดับศาสนสถานที่เข้มแข็งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบด้วยวัดส่งเสริมสุขภาพมากกว่า 25,000 แห่ง และมีพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด – อสว.) ที่ผ่านการอบรมและร่วมดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในพื้นที่แล้วกว่า 15,000 รูป ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก พระเถรานุเถระ พระคิลานุปัฏฐาก และภาคีเครือข่ายทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมประชุมรวมทั้งสิ้น 150 รูป/คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่มาตรฐานระดับประเทศต่อไป


“สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการจัดนิทรรศการความรู้ วัดรอบรู้ สุขภาพดี วิถีธรรม” การบรรยายทางวิชาการเพื่อสร้างสุขภาวะองค์รวม รวมถึงพิธีมอบโล่เกียรติคุณแก่พระสงฆ์และเครือข่ายต้นแบบดีเด่นระดับเขตสุขภาพ ประจำปี 2568 จำนวน 4 ประเภท รวม 50 รางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติและเสริมพลังให้แก่พระสงฆ์นักพัฒนา วัดส่งเสริมสุขภาพ และพระคิลานุปัฏฐากที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาวะ ทั้งนี้ กรมอนามัยเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อพัฒนางานสุขภาพ ศาสนสถาน ขยายผลไปสู่ทุกศาสนา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน คือ พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข อย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว