หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมพบพิรุธ! รถของกลางคดีรุกป่าปากช่องโผล่ขนออกกลางดึก ชาวบ้านสงสัยเอื้อคนบงการ

พบพิรุธ! รถของกลางคดีรุกป่าปากช่องโผล่ขนออกกลางดึก ชาวบ้านสงสัยเอื้อคนบงการ

คดีรุกป่าทำถนนปริศนาปากช่อง คดีส่อพิรุธ ชาวบ้านพบกลุ่มนายทุนแอบขนรถของกลางออกจากพื้นที่ตอนกลางคืน โดยผ่านเส้นทางรุกป่า ที่กรมป่าไม้ตรวจยึดไว้ ชาวบ้านวอนตำรวจช่วยทำคดีแบบตรงไปตรงมา เชื่อมีนายทุนอยู่เบื้องหลัง

จากกรณีที่ชาวบ้านพบถนนปริศนารุกพื้นที่ป่า บริเวณป่าเขาเสียดอ้า-เขานกยูง-เขาอ่างหิน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยชาวบ้านยืนยันว่าไม่เคยมีเส้นทางนี้มาก่อน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ จนพบว่ามีการตัดไม้รุกพื้นที่ป่าจริง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งหมด ขณะที่กรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ปากช่อง แล้ว และยังมีหน่วยงานเอกชนเข้าแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติม

ในด้านคดีความตำรวจชี้แจงว่า มีการแยกดำเนินคดีแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องคดีหลักที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ บริษัทเอกชนได้มาร้องทุกข์เรื่องการบุกรุกที่ป่า คดีนี้มีการสอบสวนฝั่งผู้ร้องทุกข์ไว้ ยังไม่ได้เรียกฝั่งผู้ถูกกล่าวหามาซักถามข้อเท็จจริง โดยยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังรอความชัดเจน จาก บก.ปทส. ว่าจะมีการสั่งโอนสำนวนคดีไปดำเนินการเอง หรือไม่

ส่วนคดีที่ 2 ที่มีการจับกุมคนรับจ้างตัดไม้ 4 คน จากการสอบสวนทั้งหมดให้การตรงกันว่า มีคนประกาศหาคนตัดไม้ผ่านช่องทางโซเชียลฯ ซึ่งไม่รู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร และหลังลงมือตัดไม้ไปได้ไม่นาน ก็ถูกจับกุมดำเนินคดี จึงยังไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งก็ต้องรอขยายผลต่อไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตำรวจชี้แจง ชาวบ้านไม่เชื่อว่าตำรวจจะดำเนินคดีกับคนบงการตัดไม้เพื่อทำถนนเส้นนี้ได้จริง เพราะชาวบ้านยังพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ขับรถเข้าออกถนนเส้นนี้อยู่เป็นประจำ โดยชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า การตรวจยึดพื้นที่ของกรมป่าไม้ทำไมไม่ปิดเส้นทางไปเลย แต่ยังคงปล่อยให้ใช้ถนนเส้นนี้อยู่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มคนร้าย หากปล่อยให้คนนอกเข้าไปเกรงว่าจะเข้าไปทำลายหลักฐานได้

ล่าสุด ชาวบ้านพบว่ามีการเคลื่อนย้ายรถเครื่องจักรที่ใช้ก่อสร้างถนนรุกพื้นที่ป่าออกจากพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการ จึงติดตามความเคลื่อนไหวและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบว่า เหตุใดจึงมีการนำรถที่อาจเป็นของกลางออกจากพื้นที่ได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ชาวบ้านเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำการขนย้ายรถเครื่องจักรดังกล่าว

ชาวบ้านยืนยันว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการรุกพื้นที่ป่าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ดำเนินคดีเพียงกับคนงานแล้วเรื่องเงียบหาย พร้อมเรียกร้องให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำในลักษณะเดียวกันอีก

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img