หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมปริศนาโครงกระดูกใต้พระวิหารวัดธาตุทอง! พบวางบนพานในหีบปูน ลูกหลานผู้สร้างยืนยันไม่เคยรู้มาก่อน

ปริศนาโครงกระดูกใต้พระวิหารวัดธาตุทอง! พบวางบนพานในหีบปูน ลูกหลานผู้สร้างยืนยันไม่เคยรู้มาก่อน

คนงานบูรณะพระวิหารลิมปาภรณ์ วัดธาตุทอง ผงะพบโครงกระดูกมนุษย์ถูกจัดวางบนพานภายในหีบใต้ฐานพระวิหาร หลังเจาะผนังปูนเข้าไปตรวจสอบ ลูกหลานตระกูลผู้สร้างเผยไม่เคยรับรู้ว่ามีการบรรจุร่างหรืออัฐิไว้ในจุดดังกล่าว ขณะที่กู้ภัยและตำรวจยังไม่พบเบาะแสเชื่อมโยงคดีอาชญากรรม เร่งส่งนิติเวชชันสูตรหาตัวตนและที่มาของโครงกระดูกปริศนา

เมื่อเวลา12.00น.วันที่18 ก.ค. พ.ต.ท.จักราวุธ ดอนประจำ สว.(สอบสวน)สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ถนน สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯจึงไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯและอาสาฯมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ใต้พระวิหารลิมปาภรณ์ อายุเก่าแก่155ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการยกพื้นให้เป็น3ชั้น โดยทุบพื้นด้านล่างที่เป็นปูนออกทั้งหมด บริเวณใต้ฐานพระประธาน พบโลงศพไม้สีแดงเก่าแก่ผุจนเหลือแต่พื้น ภายในพบโครงกระดูกเพศหญิงคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า50ปี ในโลงยังพบพานแสตนเลทและเหรียญ50สตางค์ปี2500 4 เหรียญ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน


สอบสวนนายเจตษฎา ต่ายทอง 21ปี คนงานบริษัท ที.เอ.เทค จำกัด ให้การว่า ขณะกำลังทุบพื้นเพื่อติดตั้งแม่แรงดีดพระวิหาร ให้สูงเป็น2ชั้น ก็พบโลงศพ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจดังกล่าว


ด้านพ.ต.ท.จักราวุธ กล่าวว่า เบื้องต้นไม่น่าใช่เหตุฆาตรกรรม แต่อาจเป็นผู้ที่บริจาคเงินสร้างพระวิหารหลังนี้ เมื่อเสียชีวิตลูกหลานอาจจะเอามาฝังไว้ใต้ฐานพระประธานเพื่อหวังให้อยู่ในพระพุทธศาสนาตลอดไปก็เป็นได้

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของวัดธาตุทอง ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้พบโครงกระดูก อยู่บริเวณใต้ฐานพระวิหารลิมปาภรณ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้กับลูกหลานของตระกูลลิมปาภรณ์ ซึ่งเป็นตระกูลของผู้ก่อสร้างพระวิหารดังกล่าวได้รับทราบข้อมูล ซึ่งทางลูกหลานได้ให้ข้อมูลมาว่า ทางพ่อแม่พี่น้องรวมถึงบรรพบุรุษ ไม่เคยบอกให้ทราบว่า ได้นำโครงกระดูกหรือร่างของผู้ใดในตระกูล มาไว้ใต้ฐานพระวิหารแห่งนี้ ซึ่งทางลูกหลานของตระกูลดังกล่าวก็ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่พบโครงกระดูก จึงได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ที่สน.พระโขนง

และสำหรับการบูรณะวิหารแห่งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา และกำหนดแล้วเสร็จก่อนหน้านี้ได้มีการ โครงสร้างของพระหาดังกล่าวเกิดทรุดลง จึงทำให้ต้องมีการบูรณะปฏิสังหรณ์ขึ้น จนปรากฏว่าเมื่อวานนี้มีคนงาน ไปเจอว่ามีโครงกระดูกถูกห่อผ้า และวางเอาไว้ในถาด จากนั้นจึงมีการปิดกั้นด้วยผนังปูนเอาไว้ โดยลักษณะของโครงกระดูกดังกล่าว ยืนยันว่า ไม่ได้อยู่ในในลักษณะท่านอนของผู้เสียชีวิต แต่คล้ายกับมีการขนย้ายมาจากที่อื่น และนำมาวางไว้บริเวณใต้ฐานพระวิหารแห่งนี้ ซึ่งขณะนี้เองก็ยังไม่มีใครสามารถยืนยันข้อมูลได้ว่าดังกล่าวนั้นเป็นบุคคลใด เพราะว่าพระวิหารแห่งนี้มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2514 จนถึงปัจจุบันมีอายุกว่า 55 ปีแล้ว

ต่อมา เวลา 14.00น.ทางด้านกู้ภัยได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า นาย มานพ ฤทธิเดช 47 กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งสายด่วน 191 และจากมูลนิธิว่าได้พบโครงกระดูกใต้พระวิหารขณะเจ้าหน้าที่ทำงานได้เปิดเป็นโพรงพอเปิดเข้าไปพบคลายเป็นโครงกระดูกมนุษย์ก็เลยแจ้งเจ้าหน้าที่จากที่มองคล้ายเป็นหีบสีแดงๆ ลักษณะคล้ายปูนปิดทึบอยู่ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เจาะเข้าไปถึงจะเห็น ก็คือต้องเจาะกำแพงเพื่อที่จะได้ดีดพระวิหารขึ้น ก็เลยต้องเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาดูกู้ภัยเข้ามาดูตำรวจเข้ามาดูถึงจะรู้ แต่พอมุดเข้าไปข้างในก็ยืนยันได้ว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์ แต่ว่ามองเห็นเป็นล่างแน่นอนและไม่สามารถบอกได้ว่าศพใครเพราะว่าสภาพนานมากและแห้งจนสนิทจากการมองแล้วกระดูกน่าจะครบทุกชิ้นส่วนครับต้องรอเปิดเพิ่มเติมอีกทีว่ามีอะไรมากกว่านี้หรือป่าว ลักษณะกระดูกวางเป็นร่างแบบนอน ลักษณะห้องสี่เหลี่ยมครอบศพไว้ต้องเจาะเข้าไปถึงจะเห็น

กู้ภัยเผยโครงกระดูกถูกจัดวางบนพานในหีบใต้พระวิหาร คาดเป็นการบรรจุอัฐิหรือร่างบรรพบุรุษ ไม่พบลักษณะเชื่อมโยงคดีฆาตกรรม

นายรุ่ง วัชวงศ์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบเหตุพบโครงกระดูกใต้พื้นพระวิหารวัดธาตุทอง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งให้เข้าตรวจสอบ หลังช่างซึ่งกำลังดำเนินการยกและซ่อมแซมพื้นพระวิหาร พบช่องปูนผิดปกติอยู่ใต้ฐานพระประธาน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในได้ทันที เนื่องจากจุดที่พบมีลักษณะเป็นช่องปูนหรือบล็อกสี่เหลี่ยมเพียงช่องเดียว ถูกก่อปิดไว้อย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงต้องเจาะผนังปูนเพื่อเปิดทาง ก่อนจะสามารถมองเห็นสิ่งของและโครงกระดูกที่อยู่ด้านใน

ภายหลังเปิดช่องเข้าไปตรวจสอบ พบสิ่งที่มีลักษณะเป็นหีบศพ ภายในมีโครงกระดูกมนุษย์อยู่ โดยกระดูกไม่ได้ถูกห่อด้วยผ้าขาว และไม่ได้วางกระจัดกระจาย แต่ถูกจัดเรียงหรือรวบรวมไว้บนพานเก่าลักษณะคล้ายพานขันโตก ทำจากโลหะสีเหลืองหรืออะลูมิเนียมทั่วไป

นายรุ่งระบุว่า จากการเก็บรวบรวมเบื้องต้น พบชิ้นส่วนกระดูกหลายส่วน และเจ้าหน้าที่พยายามเก็บให้ครบถ้วนมากที่สุด โดยจากสภาพที่เห็น โครงกระดูกมีองค์ประกอบค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งนี้ มีข้อสังเกตเบื้องต้นว่าอาจเป็นโครงกระดูกของผู้หญิงรูปร่างเล็ก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องรอผลตรวจจากแพทย์นิติเวชอย่างเป็นทางการ

บริเวณที่พบเป็นช่องปูนเพียงช่องเดียว อยู่ใต้ฐานพระประธานภายในพระวิหาร โดยด้านบนเป็นพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จุดดังกล่าวถูกปูนเก่าก่อปิดไว้หนาแน่น ภายในมีลักษณะอับและมืด สอดคล้องกับการถูกปิดทิ้งไว้เป็นเวลานาน

นายรุ่งกล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานกู้ภัย เบื้องต้นไม่พบลักษณะที่ทำให้เชื่อมโยงไปถึงคดีฆาตกรรม แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการนำโครงกระดูกของบรรพบุรุษ หรือบุคคลในตระกูลที่มีส่วนสร้างหรืออุปถัมภ์พระวิหาร มาบรรจุไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานและคนรุ่นหลัง

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินจากสภาพแวดล้อมและลักษณะการจัดวางเท่านั้น เนื่องจากในขณะที่เข้าไปตรวจสอบ นายรุ่งยังไม่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของวัดโดยตรง และยังไม่มีเอกสารหรือข้อมูลยืนยันว่าโครงกระดูกเป็นของบุคคลใด หรือถูกนำมาบรรจุไว้ตั้งแต่เมื่อใด

ส่วนลักษณะการพบกระดูกที่ถูกจัดวางไว้บนพาน นายรุ่งมองว่า อาจไม่ใช่อัฐิที่ผ่านการฌาปนกิจทั้งหมด เนื่องจากยังพบชิ้นส่วนกระดูกในลักษณะที่ค่อนข้างครบ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเคยมีการเคลื่อนย้ายมาจากสถานที่อื่น หรือถูกนำมาบรรจุไว้ในจุดดังกล่าวตั้งแต่แรก

หลังจากนี้ ตำรวจจะประสานทางวัดเพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลผู้สร้างพระวิหาร รวมถึงติดตามหาญาติหรือทายาทที่อาจทราบประวัติของโครงกระดูกดังกล่าว เพื่อยืนยันตัวบุคคลและที่มาของการนำมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระประธาน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะนำโครงกระดูกส่งให้แผนกนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตรวจพิสูจน์รายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งเพศ อายุโดยประมาณ ระยะเวลาการเสียชีวิต และตรวจหาร่องรอยผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิต

หากผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ และไม่มีญาติหรือทายาทมาติดต่อรับโครงกระดูก ตำรวจให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า อาจส่งโครงกระดูกกลับมายังวัดธาตุทอง เพื่อให้ทางวัดดำเนินการบำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีตามความเชื่อทางศาสนาต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img