วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมที่ดิน นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตรวจค้น 41 เป้าหมาย 33 บริษัท มูลค่าความเสียหายกว่า 235 ล้านบาท
พลตำรวจเอกสำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการจับกุมหญิงต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และคดีนอมินีในจังหวัดชลบุรีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จะขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบพบว่า จ.ชลบุรี มีนิติบุคคลจดทะเบียน 76,343 ราย เป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 28,463 ราย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบนิติบุคคลเข้าข่ายใช้ “นอมินี” จำนวน 14,264 ราย

จากการตรวจสอบเชิงลึก พบผู้ทำบัญชีชาวไทย 2 ราย เข้าไปถือหุ้นในบริษัทจำนวนมาก โดยรายหนึ่งถือหุ้นถึง 146 บริษัท มูลค่าประมาณ 142 ล้านบาท และอีกรายถือหุ้น 40 บริษัท มูลค่าประมาณ 74 ล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินในโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี
จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบกลุ่มชาวรัสเซียใช้เว็บไซต์ในประเทศรัสเซียประกาศขายและให้เช่าบ้าน พร้อมเรียกหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ว่าเป็น “หมู่บ้านของชาวรัสเซีย” เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการร่วมกับคนไทยและผู้ทำบัญชีจัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการ “ส. พัทยา” จำนวน 6 โครงการ รวมประมาณ 775 หลัง มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านนิติบุคคล 495 บริษัท จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า 435 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าว โดย 19 บริษัทเข้าข่ายใช้นอมินี และอีก 14 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 แต่ถือครองที่ดิน รวมกลุ่มเป้าหมาย 33 บริษัท
ทั้งนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชาวรัสเซียและผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่ม MR. I ซึ่งจัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเพื่อขายต่อ และกลุ่มครอบครัว B ที่จัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเพื่อปล่อยเช่า เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พนักงานสอบสวนจึงขอศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับชาวรัสเซีย 4 ราย และหมายค้น 41 จุด ผลปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลถึงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ

ปฏิบัติการครั้งนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามการใช้นอมินีหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย โดยเฉพาะการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย และจะขยายผลปราบปรามเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

