เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน หรือ ThaiRSC ระบุว่า อุบัติเหตุทางถนนยังเดินหน้าคร่าชีวิตคนไทยไม่หยุด! เปิดข้อมูลรับแจ้งทั่วประเทศประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พบผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 46 ราย และมีผู้บาดเจ็บสูงถึง 2,511 คน ขณะที่ “รถจักรยานยนต์” ยังเป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตมากที่สุด กวาดชีวิตไปถึง 40 ราย ในวันเดียว

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุฯ ยังระบุอีกว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 46 ราย แบ่งเป็นผู้มีอายุไม่เกิน 15 ปี 2 ราย เป็นชายทั้งหมด ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่เสียชีวิตถึง 44 ราย แบ่งเป็นชาย 28 ราย และหญิง 16 ราย
เมื่อแยกตามสัญชาติ พบผู้เสียชีวิตสัญชาติไทย 43 ราย เป็นชาย 27 ราย หญิง 16 ราย ขณะที่ชาวต่างชาติเสียชีวิต 3 ราย เป็นชายทั้งหมด
ตัวเลขที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือ “สถานะผู้เสียชีวิต” พบว่าเป็นผู้ขับขี่มากถึง 37 ราย แบ่งเป็นชาย 25 ราย หญิง 12 ราย รองลงมาเป็นผู้โดยสาร 8 ราย ชาย 4 ราย หญิง 4 ราย และคนเดินเท้าเสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นชาย
ส่วนการแยกตามประเภทรถ พบว่า รถจักรยานยนต์ครองตัวเลขมรณะสูงสุดถึง 40 ราย เป็นชาย 26 ราย หญิง 14 ราย ขณะที่รถยนต์มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 2 ราย จังหวัดที่มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงสุดตามข้อมูลในวันดังกล่าว ได้แก่ ปทุมธานี เชียงใหม่ และลำพูน ยอดปี 69 ทะลุ 7 พันศพ—เจ็บเกือบ 5 แสน!
สถานการณ์ยิ่งน่าห่วง เมื่อยอดอุบัติเหตุสะสมปี 2569 มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 7,240 ราย และผู้บาดเจ็บสะสมพุ่งสูงถึง 486,918 คน
ตัวเลข 46 ศพในวันเดียว อาจเป็นเพียงสถิติบนหน้ากระดาษ แต่เบื้องหลังทุก “1 ราย” คือชีวิต คือครอบครัว และคือคนที่ออกจากบ้านแล้วไม่มีวันได้กลับมา
ถนนไทยจึงยังเป็นสนามสอบใหญ่ของทั้งผู้ขับขี่ มาตรการบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางถนน เพราะตราบใดที่ “มอเตอร์ไซค์ยังนำโด่งในบัญชีคนตาย” และผู้ขับขี่ยังเป็นกลุ่มที่สังเวยชีวิตสูงสุด คำถามสำคัญคงไม่ใช่เพียงว่า วันนี้ตายกี่ศพ?แต่ต้องถามให้ดังขึ้นว่า“จะต้องตายอีกเท่าไหร่.?

