“ผอ.JIC” นำคณะลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว ให้กำลังใจ กกล.บูรพา ย้ำรัฐบาล–กองทัพดูแลกำลังพลเต็มที่ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทุกมิติ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งรักษาอธิปไตย–ความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อม คณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา ติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน
พลอากาศเอก ประภาส กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่งว่า สถาบันหลักของชาติ รัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาทุกระดับ มีความห่วงใยและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ากำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียสละเพื่อประเทศชาติจะได้รับการดูแลด้านสิทธิ สวัสดิการ และขวัญกำลังใจอย่างเต็มที่
“ขอให้กำลังพลทุกนายมั่นใจ แม้การสื่อสารรายละเอียดด้านการเตรียมกำลังและการปฏิบัติการทางทหารจะมีข้อจำกัดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้อย่างเป็นระบบและรอบด้าน”
ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศได้เน้นย้ำหลักสำคัญในการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยของกำลังและยุทโธปกรณ์ การป้องกันความสูญเสียต่อฝ่ายเดียวกัน และการปฏิบัติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด โดยการดำเนินการใด ๆ จะต้องมุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนและทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และคำนึงถึงหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนในการใช้กำลัง
ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือมุ่งสร้างความขัดแย้ง และยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติ การลดความตึงเครียด และการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงมีหน้าที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสถานการณ์มีความจำเป็น
พลอากาศเอก ประภาส กล่าวยืนยันว่า การเตรียมกำลังของกองทัพเป็นไปอย่างเป็นระบบและบูรณาการร่วมกันทุกเหล่าทัพ หากเกิดสถานการณ์ที่จำเป็น กองทัพอากาศมีความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังทางบกและทางเรืออย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้การบังคับบัญชา กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎการใช้กำลังที่กำหนด
“สิ่งสำคัญคือขอให้กำลังพลทุกนายมั่นใจว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเดี่ยว ทุกภาคส่วนของประเทศอยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุน การเสียสละและความทุ่มเทของทุกคนมีคุณค่า และจะเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถถ่ายทอดไปยังคนรุ่นต่อไปได้ว่า ครั้งหนึ่งเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน”
สำหรับการดูแลสิทธิและสวัสดิการกำลังพล พลอากาศเอก ประภาส ยืนยันว่า รัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกองทัพกำลังดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยกำลังพลที่มีสิทธิจะได้รับการดูแลตามหลักเกณฑ์อย่างแน่นอน พร้อมขอให้กำลังพลมั่นใจในระบบการดูแลของภาครัฐและกองทัพ
ส่วนกรณีข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของที่มั่นและบังเกอร์ในพื้นที่ พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการจัดสรรงบประมาณรองรับตามความจำเป็น รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนในการสนับสนุนการดำเนินงานบางส่วน
ผู้อำนวยการ JIC กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงเป็นกระบวนการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยเมื่อสถานการณ์มีความจำเป็น กำลังและขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องจะสามารถบูรณาการเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
สำหรับสถานการณ์จุดผ่านแดน พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า การดำเนินการยังคงเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ พร้อมตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ประเทศไทยยังคงมุ่งปฏิบัติตามพันธกรณีและกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ การลดความตึงเครียด และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้สามารถนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและยั่งยืน
“เราต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนต้องเกิดขึ้นควบคู่กับความพร้อมในการปกป้องประเทศ กองทัพพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกมิติ ขอให้กำลังพลและประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะดูแลอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ”
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC)
13 กรกฎาคม 2569

