วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแนวคิดการจัดทำรายละเอียด เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จหรือข้าวราดแกงในราคา 40 บาทว่า ในวันนี้ยังไม่มีวาระที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ต้องการรับฟังคำแนะนำและข้อโต้แย้งจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านก่อน หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก โดยเรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งความสมัครใจของแม่ค้าขายข้าวแกงในการลงทะเบียน และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งกระทรวงจะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดกลับไปพิจารณาทบทวน เพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุดต่อไป
นางศุภจี ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนมายังกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยดูแลราคาอาหารปรุงสำเร็จเนื่องจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมาจะปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม โครงสร้างราคาข้าวแกงนั้นประกอบไปด้วยต้นทุนหลายส่วน ทั้งในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลโดยตรงคือ วัตถุดิบ และส่วนอื่น ๆ เช่น แก๊สหุงต้ม ค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ และค่าไฟ ซึ่งมีกระทรวงอื่น ๆ ร่วมดูแลอยู่ แนวคิดดังกล่าวเป็นการมองหาช่องทางช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ซึ่งตัวเลข 40 บาทนั้น เป็นเพียงราคาเบื้องต้นที่นำมาหารือร่วมกันในวันนั้นว่าน่าจะเป็นระดับที่เหมาะสม แต่ยังไม่ใช่ราคาสุดท้ายแต่อย่างใด
“ขณะนี้สถานการณ์โลกยังมีความวิกฤตและผันผวนสูง ล่าสุดพึ่งเกิดการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันเดียว สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์พยายามทำคือการดูแลค่าครองชีพของประชาชนให้ครอบคลุมที่สุด ทุกความคิดเห็นที่แตกต่างเราพร้อมรับฟังและนำกลับมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่ในตอนนี้จะยังไม่มีการเดินหน้าโครงการเพิ่มเติมชั่วคราวเพื่อหยุดรับฟังก่อน”
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านมีการระบุว่า ยังมีร้านค้าที่จำหน่ายข้าวแกงในราคา 30 บาทอยู่นั้น นางศุภจี กล่าวว่า หากในชีวิตประจำวันประชาชนยังสามารถหาร้านรับประทานได้ในราคานั้นก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นทางเลือกที่ดีแก่ผู้บริโภค ซึ่งหน้าที่ของกระทรวงคือการคิดเผื่อและเตรียมโครงการรองรับเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในภาพรวม โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนเช่นนี้

