หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมตร.ไซเบอร์ขยายผลทลายแก๊งสแกมเมอร์จีน วิดีโอคอลขู่หนุ่ม 19 ทุบเซฟแม่ฉกทรัพย์ 11 ล้าน

ตร.ไซเบอร์ขยายผลทลายแก๊งสแกมเมอร์จีน วิดีโอคอลขู่หนุ่ม 19 ทุบเซฟแม่ฉกทรัพย์ 11 ล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.คุณาประโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.2 ร่วมกันแถลงข่าวผลการขยายผลจับกุมแก๊งสแกมเมอร์จีนดำเพิ่มเติมอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายเจิ้ง ลี่กุล ทำหน้าที่นำเงินสดไปเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล, น.ส.สุดา ทำหน้าที่นำเงินสดไปเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และ นายโฮวซิ โจว ทำหน้าที่โอนเหรียญดิจิทัลให้ นายเจิ้ง ลี่กุล จำนวน 218,350 USDT หลังวิดีโอคอลข่มขู่ล่อลวงนักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปี ให้ทุบตู้เซฟของมารดาขนทรัพย์สินไปตรวจสอบ ยึดของกลางรวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาทได้จากบ้านพักในพื้นที่ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง ปทุมธานี จ.ปทุมธานี จำนวน 2 หลัง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2568 มีผู้เสียหายเป็นหนุ่มนักศึกษา อายุ 19 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งหลักฐานปลอมข่มขู่ให้เกิดความกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ก่อนบังคับให้เปิดห้องพักอยู่ลำพังและให้เปิดวิดีโอคอลตลอดเวลา จากนั้นสั่งให้โอนเงินและรื้อค้นทรัพย์สินของมารดาจากตู้เซฟ นำของมีค่าประกอบด้วย ทองคำแท่งน้ำหนักรวมกว่า 50 บาท สร้อยทองคำรูปพรรณ เครื่องประดับฝังเพชร พระเครื่องเลี่ยมทอง และทรัพย์สินอื่นๆ ไปวางตามจุดต่างๆ เพื่อส่งมอบ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 6.8 ล้านบาท

ต่อมา พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 ได้นำทีมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สายโทรหลอกลวง คนรับทรัพย์สิน เคลื่อนย้าย นำไปจำหน่าย และเปลี่ยนสภาพเงินเพื่ออำพรางที่มา โดยพบว่ามีการนำทองคำและทรัพย์สินไปขายในหลายพื้นที่ ก่อนนำเงินสดไปเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 22 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายฉิน ห่าว อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ขณะมารับทรัพย์สินที่จุดนัดพบแถวถังขยะด้านหลังบริษัทแห่งหนึ่งใน ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาชาวจีนเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายหวง จียี่ ทำหน้าที่ขับรถและนำทองไปขาย และ นายจาง ไห่ชิง ทำหน้าที่สั่งการและดูแลทรัพย์สิน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถอายัดทรัพย์สินคืนมาได้บางส่วน เป็นทองคำแท่งและทองหลอมมูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท มือถือและรถยนต์ 2 คัน พร้อมพบหลักฐานการส่งภาพถ่ายเงินสดและโอนเหรียญดิจิทัลจำนวน 218,350 USDT หรือประมาณกว่า 7.2 ล้านบาท ซึ่งโยงไปสู่เครือข่ายฟอกเงิน ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 2569 ได้เรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือ นายเจิ้ง ลี่กุล สัญชาติจีน และ น.ส.สุดา เจ้าของบ้านพักใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มาสอบปากคำหลังพบภาพวงจรปิดมี นายโฮวซิ โจว ขับรถเข้ามาขนปึกเงินสดออกจากบ้านหลังดังกล่าว โดยทั้งสองอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

จนกระทั่งวันที่ 16-17 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพัก 2 หลังในพื้นที่ ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พบของกลางเพียบ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, วัตถุรูปพรรณเม็ดกลมคล้ายเงินบริสุทธิ์น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม, เงินสด 3,800,000 บาท และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น s500e จำนวน 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท เมื่อวิเคราะห์เส้นทางการเงินอย่างชัดเจนแล้ว พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเจิ้ง ลี่กุล และ น.ส.สุดา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สอท.2 นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพิ่มเติมได้ทั้ง 3 รายดังกล่าว เบื้องต้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้สรุปปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้แล้ว 4 ราย เป็นชาวจีน 3 ราย ไทย 1 ราย และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้อีกหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลลากคอเพื่อนร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img