เมื่อวันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.ชัยกฤต ทิพย์วงศา สว.กก.1 บก.ปคม. นำกำลังจับกุม นายพลกฤต ซุ่นแซ่ล้อ อายุ 19 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ในข้อหาฐาน “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกเด็กฯ, บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็ก ประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดอันมีลักษณะลามกอนาจาร, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามกฯ, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศฯ, เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก และ ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก” พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่องและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง ได้ที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ผู้ปกครองได้พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ลูกสาวเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ว่าถูกคนร้ายทักโซเชียลมีเดียมาพูดคุยตีสนิทจนผู้เสียหายหลงเชื่อจากนั้นได้ออกอุบายเสนอเงินค่าตอบแทนเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเปิดกล้องวิดีโอคอลโชว์ลักษณะลามกอนาจาร แล้วแอบบันทึกภาพหน้าจอไว้โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัว ต่อมาคนร้ายได้นำคลิปไปโพสต์ขายราคา 1,990 บาท ในกลุ่มลับเทเลแกรม ชื่อ “DOBERMAN”ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2,000 คน ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะถูกส่งต่อและนำไปขายซ้ำในแอปพลิเคชันดิสคอร์ดจนแพร่กระจายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ คนร้ายยังติดต่อมาข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อแลกกับการลบคลิป เมื่อเหยื่อไม่โอนให้คลิปจึงได้ถูกส่งต่อไปถึงกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และสภาพจิตใจของเด็กผู้เสียหายเป็นอย่างมาก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม. ได้เร่งแกะรอยหาตัวผู้กระทำความผิดจนพบว่าคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียหลายบัญชีสลับกันเข้าหาเหยื่อในหลายช่องทางทั้งบัญชีที่ใช้ตีสนิทล่อลวง บัญชีที่ใช้เจรจาเสนอเงิน และบัญชีแอดมินกลุ่มลับที่ใช้ประกาศขายคลิป ซึ่งมีการประทับลายน้ำชื่อกลุ่มไว้บนคลิปอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดปทุมธานี ก่อนเปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมได้ดังกล่าว
จากการตรวจค้นอุปกรณ์ของกลางเบื้องต้น พบไฟล์คลิปของผู้เสียหายถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของกลาง และในระบบคลาวด์ ที่ถูกตั้งค่าเป็นลิงก์สาธารณะ มียอดเข้าชมรวมแล้วราว 100 ครั้ง พร้อมหลักฐานแชทล่อลวงผู้เสียหายหลายแพลตฟอร์ม โพสต์ประกาศขายคลิป รวมถึงหลักฐานการรับเงิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบคลิปวิดีโอแอบอัดหน้าจอขณะวิดีโอคอลอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้รอปล่อยขายลงในกลุ่มลับ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เริ่มต้นจากการเป็นลูกค้าเข้าไปซื้อคลิปในกลุ่มลับเทเลแกรม ก่อนผันตัวมาเป็นแอดมินกลุ่มทำหน้าที่โพสต์ขายคลิปเพื่อแลกส่วนแบ่ง จากนั้นได้ลงมือล่อลวงเหยื่อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ด้วยตัวเองจำนวน 2 ราย โดยทำทีทักหาเด็กและเยาวชนหน้าตาดี หรือมีลักษณะเป็นเน็ตไอดอลในกลุ่มวัยรุ่น มีผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ก่อนจะทักไปพูดคุยในลักษณะจีบ ตีสนิท สร้างความไว้วางใจ แล้วใช้อุบาย เสนอเงินค่าตอบแทน พูดจาหว่านล้อม หรือชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอล เพื่อหลอกให้เหยื่อโชว์ลักษณะลามกอนาจารก่อนแอบบันทึกภาพหรือคลิปไว้โดยที่เหยื่อไม่ทราบ ก่อนนำไปขายตามกลุ่มลับได้เงินมาประมาณ 20,000-30,000 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม.ดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ขอฝากเตือนภัยถึงผู้ปกครองและเยาวชนว่า ภัยจากการล่อลวงทางเพศออนไลน์ หรือ Sextortion กำลังระบาดอย่างหนัก จึงขอเน้นย้ำว่าอย่าเปิดกล้องวิดีโอคอลในลักษณะล่อแหลม หรือส่งภาพลับให้แก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด

