ชาวนาเกลือสมุทรสงคราม ร้อง กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร หลัง ถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ทำกิน แล้ว 5 ราย และเตรียมฟ้องเพิ่มอีก 29 ราย ด้าน “สส.รังสิมันต์ โรม” รับเรื่อง พร้อมย้ำรัฐต้องแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ไม่ใช่ผลักประชาชนให้ไร้บ้านและไร้ที่ทำกิน
นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือ ร้องเรียน จากนางสาวเกตุแก้ว สำเภาทอง ประธานสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ตัวแทนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีกรณีใช้ประโยชน์ในพื้นที่นาเกลือของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
นางสาวเกตุแก้ว กล่าวว่า ชาวบ้าน ทำนาเกลือในพื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน บางครอบครัวอยู่มานานกว่า 80-90 ปี แต่กลับถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่นาเกลือราว 1,200 ไร่ มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 50 ครัวเรือน ผลิตเกลือได้ปีละประมาณ 20,000 ตัน คิดเป็นพื้นที่นาเกลือราว 20% ของจังหวัดสมุทรสงคราม
ทั้งนี้ ชาวบ้านพยายามขอความเป็นธรรมและเจรจากับจังหวัดมาแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งมีชาวบ้าน 5 คนถูกดำเนินคดีและศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ลดโทษเหลือ 3 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ และยังมีชาวบ้านอีกกว่า 20 รายที่กำลังจะถูกดำเนินคดี จึงต้องมาขอให้รัฐสภาช่วยตรวจสอบและคุ้มครองความเป็นธรรม
ด้านที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการอยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่ปี 2500 แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินคดีกับชาวบ้าน จนผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบันเริ่มดำเนินคดีกับชาวบ้าน 5 ราย และล่าสุดเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 29 ราย โดยอ้างว่ามีการระดมพนักงานสอบสวนเพื่อเร่งรัดคดี และมีเป้าหมายจะนำพื้นที่ 1,237 ไร่ ไปพัฒนาเป็นโครงการเมืองใหม่สมุทรสงคราม รวมถึงก่อสร้างหอคอย ศูนย์กีฬา และโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีการจัดหาพื้นที่รองรับหรือมาตรการเยียวยาผู้ที่อาศัยและทำกินอยู่เดิม
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า หลักการของรัฐตามรัฐธรรมนูญคือการดูแลประชาชน ไม่ใช่ทำให้ประชาชนกลายเป็นคนไร้บ้านหรือไม่มีที่ทำกิน พร้อมเห็นว่าทุกรัฐบาลต่างมีนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ดังนั้นแนวทางที่ถูกต้องคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่ผลักภาระไปให้ประชาชน
นายรังสิมันต์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งจะนำเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว พร้อมย้ำว่าหากประชาชนถูกดำเนินคดีจากปัญหาที่สะสมมายาวนาน หน่วยงานของรัฐที่ปล่อยปละละเลยในอดีตก็ควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน

