หน้าแรกการเมือง“เอกนิติ” ย้ำ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน จำเป็น ฝ่าวิกฤตพลังงาน หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน กู้เศรษฐกิจ ลั่นไทยรอไม่ได้ หลังศาลฯ เตรียมวินิจฉัย...

“เอกนิติ” ย้ำ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน จำเป็น ฝ่าวิกฤตพลังงาน หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน กู้เศรษฐกิจ ลั่นไทยรอไม่ได้ หลังศาลฯ เตรียมวินิจฉัย 9 ก.ค.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการแถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า การเร่งเบิกจ่ายช่วยได้ในส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันเราเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงต้องมีการโอนงบประมาณจากโครงการที่ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำมาเป็นงบในส่วนของการประคองเศรษฐกิจและชะลอผลกระทบจากวิกฤตพร้อมกันนี้ยังย้ำว่า สำหรับการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งอยู่ในชั้นของกรรมาธิการ ตั้งใจให้เป็นงบประมาณที่โปร่งใส เปิดเผย ไม่หมกเม็ด และยึดหลักวินัยการเงินการคลัง พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดทุกครั้งที่มีการพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความโปร่งใส ขณะเดียวกันจะต้องมีการเร่งงบลงทุน โดยเป็นการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในประเทศ รวมถึงกระบวนการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อให้เป็นปีแห่งการลงทุน

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยังระบุอีกว่า วันนี้เราต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ การประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น การเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และต้องเร่งปฏิรูปเพื่อเน้นการลงทุน

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ นายเอกนิติ ระบุว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา วันนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ พยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน โดยหวังว่าการชี้แจงของรัฐบาลจะแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานมากและต้องการช่วยเหลือประชาชน ย้ำว่านี่คือเรื่องความมั่นคงของเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันการที่เราพึ่งพาน้ำมันมาก ได้สะท้อนออกมาในตัวเลขจริงแล้ว โดยตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลนั้น ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และยังไม่รู้ว่าวันนี้สงครามจะจบอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ คือโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโลกถูกทำลายไปเยอะ โรงกลั่นก็ถูกทำลายไปมาก ฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินยังคงสูงอยู่

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมแผนสำรองไว้หรือไม่ หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นคุณต่อรัฐบาล นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้เราต้องใช้ทุกภาคส่วน และสิ่งที่สำคัญตนคิดว่าแผนที่เราดำเนินการอยู่คือ พยายามนำภาคเอกชนเข้ามาช่วยมาร่วมลงทุน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านอย่างไรเราก็ต้องมีเอกชนเข้ามาร่วมอยู่แล้ว เราจึงจับมือกับเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กนง.) หรือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาช่วยจะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น ต้องบอกตรง ๆ ว่าวันนี้ประเทศไทยจะรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านแบบช้า ๆ ไม่ได้ หากรอก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงสูง สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราต้องนำเข้าน้ำมันมูลค่ามหาศาล เพราะฉะนั้นวันนี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบางมาก

ส่วนคำถามที่ว่า โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ส่งเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้มีการพูดคุยกันแล้ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือโซลาร์เซลล์ เพราะตอนนี้แสงแดดบ้านเรายังร้อนอยู่ ถือว่าเป็นโครงการหนึ่งที่จะเข้าข่าย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานรถยนต์ ให้มีการใช้รถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล พลังงานชีวมวล และชีวภาพ ซึ่งผลพลอยได้ก็จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น

นายเอกนิติ ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงิน นั้นจำเป็นที่จะต้องนำมาประคองเศรษฐกิจท่ามกลางสภาวะวิกฤต เห็นได้จากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ออกมาก่อนหน้านี้ มีตัวเลขการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงมีความจำเป็น เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันของไทยที่มีสัดส่วนสูงมาก ซึ่งส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img