ป.ป.ส. พาสื่อดูต้นแบบโรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี นำแนวคิดพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) สร้างภูมิคุ้มกันเด็กตั้งแต่วัยปฐมวัย มุ่งปลูกฝังการคิดวิเคราะห์ ควบคุมอารมณ์ วางแผน และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เพื่อสร้าง “เกราะป้องกัน” ไม่ให้ก้าวเข้าสู่วงจรยาเสพติด พร้อมต่อยอดสู่ทักษะชีวิตในอนาคต

วันที่ 6 ก.ค 69 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)โดย น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด โดยหนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ Executive Functions (EF) ให้กับเด็กปฐมวัย จนกลายเป็นต้นแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรมตั้งแต่วัยเยาว์ โดยมี นายชวลิต โรจนรัตน์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 8 และ นายสาธิต สร้างสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี ซึ่งร่วมให้ข้อมูลและนำเสนอผลการดำเนินงานด้านการพัฒนา EF ของโรงเรียน

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวถึง การป้องกันยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการเริ่มต้นตั้งแต่เด็กปฐมวัย เพราะการบำบัดรักษาผู้เสพต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรจำนวนมาก ขณะที่การสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้เด็กตั้งแต่เล็ก จะช่วยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งถูกผิด และไม่ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด “ยาเสพติดไม่มีวันหมดไปจากโลก แต่เราสามารถสร้างเด็กไทยให้เข้มแข็งพอที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ การพัฒนาทักษะ EF คือการสร้างรากฐานให้เด็กมีความคิดเป็นระบบ ควบคุมตนเองได้ และพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในสังคม”พร้อมระบุว่า ป.ป.ส. ต้องการขยายแนวคิดการพัฒนา EF จากโรงเรียนสู่ครอบครัว เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพราะการพัฒนาสมองต้องเกิดทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน

ด้าน น.ส.ชิดา ชะตา รองผู้อำนวยการครูโรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลว่า ทางโรงเรียนได้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ทุกห้องเรียน ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น การเล่านิทาน เกมการศึกษา การทดลองวิทยาศาสตร์ การแสดงบทบาทสมมติ การเรียนรู้นอกห้องเรียน และการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Approach) กิจกรรมทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกคิด วางแผน ลงมือปฏิบัติจริง แก้ปัญหา ทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง

ทั้งนี้ โรงเรียนกำหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การส่งเสริมทักษะ EF ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย การพัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์ วางแผน และแก้ปัญหา รวมถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี โรงเรียนได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้จนกลายเป็นนวัตกรรมประจำโรงเรียน มีการวิจัยในชั้นเรียน พัฒนาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสถานศึกษาอื่นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โรงเรียนยังพัฒนาทักษะ EF ครบทั้ง 9 ด้าน ได้แก่ ความจำเพื่อใช้งาน การยับยั้งควบคุมตนเอง ความยืดหยุ่นทางความคิด การจดจ่อใส่ใจ การควบคุมอารมณ์ การประเมินและกำกับตนเอง การริเริ่มลงมือทำ การวางแผนและจัดระบบ และความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จของการพัฒนา EF ไม่ได้เกิดจากครูเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้ปกครอง ชุมชน และทุกภาคส่วนในการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้” ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน โดยโรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่างสำคัญของการป้องกันยาเสพติดเชิงรุก ด้วยการสร้างรากฐานสมองให้เด็กตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อให้เติบโตเป็นคนที่คิดเป็น ทำเป็น มีวินัย รู้จักยับยั้งชั่งใจ และพร้อมเผชิญความท้าทายในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้เยี่ยมชมการฝึกและพัฒนาทักษะด้วย EF ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล เช่น การฟังนิทานในห้องสมุด ซึ่งเด็กๆให้ความสนใจและตั้งใจฟังอย่างมาก

