คดีสาวนราธิวาสทำกำไลข้อมือทองไพลินล้อมเพชร น้ำหนัก 3 บาท มูลค่ากว่า 300,000 บาท หล่นหายย่านสยาม จบลงด้วยดี หลังตำรวจนครบาลเร่งสืบสวนจนทราบตัวหญิงผู้เก็บและประสานนำทรัพย์สินมาคืนที่ สน.ปทุมวัน ด้านผู้เสียหายขอบคุณตำรวจ สื่อมวลชน และคู่กรณี พร้อมย้ำอย่าโทษอีกฝ่าย เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีเจตนาครอบครองทรัพย์

จากกรณีหญิงชาวจังหวัดนราธิวาสร้องขอความช่วยเหลือ หลังทำกำไลข้อมือทองประดับไพลินล้อมเพชร น้ำหนัก 3 บาท มูลค่ากว่า 300,000 บาท หล่นหายบริเวณหน้าร้านวัตสัน ภายในห้างสรรพสินค้าย่านสยาม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนกล้องวงจรปิดบันทึกภาพหญิงรายหนึ่งก้มเก็บกำไลใส่กระเป๋าไว้ และไม่มีการติดต่อส่งคืนเจ้าของ ทำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน พร้อมร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่าผู้เก็บอาจเป็นชาวต่างชาติและอาจเดินทางออกนอกประเทศ
ภายหลังรับแจ้งเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน, พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน เร่งสืบสวนติดตามจากภาพกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จนสามารถทราบตัวหญิงผู้เก็บกำไลได้ ก่อนประสานให้นำทรัพย์สินมาคืนแก่ผู้เสียหาย
ล่าสุด วันนี้ (2 ก.ค.) เวลา 11.30 น. นางกษมา อูมา ผู้เสียหาย และหญิงผู้เก็บกำไล ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน เพื่อส่งมอบกำไลข้อมือทองไพลินล้อมเพชรมูลค่ากว่า 300,000 บาท คืนให้แก่เจ้าของ โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมมีการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันกลับ
นางกษมา เปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก หลังได้รับกำไลคืน เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ที่เร่งติดตามคดี รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว จนทำให้ได้รับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว
ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า อยากฝากถึงประชาชนว่า ไม่อยากให้สังคมกล่าวโทษหรือวิพากษ์วิจารณ์หญิงผู้เก็บกำไล เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาจะนำทรัพย์สินไปเป็นของตนเอง เพียงแต่ติดภารกิจเดินทางไปจังหวัดขอนแก่นเพื่อร่วมงานฌาปนกิจศพญาติ จึงยังไม่สามารถนำของมาคืนได้ทันที ซึ่งตลอดเวลาที่พูดคุยกัน คู่กรณีก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยตนเองมาโดยตลอด
ด้านหญิงผู้เก็บกำไล(เบลอทั้งตัว) ขอไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยภายหลังส่งมอบทรัพย์สินพร้อมแสดงความห่วงใยและลงบันทึกกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางออกจาก สน.ปทุมวันทันที เนื่องจากมีเที่ยวบินที่จองไว้แล้ว
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลังภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงที่กำไลหล่น ไปจนถึงขณะหญิงผู้เก็บก้มลงหยิบกำไลและเก็บใส่กระเป๋าไว้ได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามจนทราบตัว และสามารถประสานให้มีการคืนทรัพย์แก่เจ้าของได้สำเร็จ ทำให้เรื่องราวจบลงด้วยดี โดยผู้เสียหายได้รับทรัพย์สินอันมีค่าคืนครบถ้วน ขณะที่ตำรวจได้ลงบันทึกการส่งมอบทรัพย์ไว้เป็นหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมาย.

