นิทรรศการ Beijing Practice Film Classroom ในกรุงปักกิ่งได้เปิดให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพรวมของการพัฒนาเมืองหลวงจีน ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านการจัดแสดงที่ผสานทั้งผลงานศิลปะขนาดใหญ่ โมเดลเมือง และนวัตกรรมล้ำสมัย

เมื่อมาด้านในจิตรกรรมฝาผนังที่บริเวณโถงด้านหน้า มีภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่ชื่อ “The Capital in Its Newest Land” (เมืองหลวงในยุคใหม่)
ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์โดย หลี่ ป๋ายตาน ประธานสมาคมศิลปินแห่งประเทศจีน ร่วมกับทีมศิลปินอีก 7 คน โดยใช้เวลาสร้างสรรค์ประมาณ 3 เดือน
ภาพนี้ผสมผสานเทคนิคจิตรกรรมหมึกจีนแบบดั้งเดิม (Ink Wash) เข้ากับจิตรกรรมภูมิทัศน์โทนสีฟ้า-เขียว พร้อมทั้งผสานความงามของการวาดแบบพู่กันอิสระ (Freehand Brushwork) และการวาดรายละเอียดอย่างประณีต (Meticulous Painting)
หากสังเกตด้านหน้า จะเห็นต้นสน ต้นไหว้ (Chinese Scholar Trees) และกล้วยไม้ ซึ่งประกอบกันเป็นฉากเบื้องหน้า

เมื่อมองจากระยะไกล ภาพนี้ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการ แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้ จะพบรายละเอียดอันประณีตซ่อนอยู่ในทุกส่วนของภาพขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะ “ห้องเรียนมีชีวิต” ที่สะท้อนพัฒนาการของกรุงปักกิ่งในยุคใหม่ ที่บริเวณโถงด้านหน้า มีภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่ชื่อ “The Capital in Its Newest Land” (เมืองหลวงในยุคใหม่)
เมื่อมองจากระยะไกล ภาพนี้ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการ แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้ จะพบรายละเอียดอันประณีตซ่อนอยู่ในทุกส่วนของภาพ โดยผลงานดังกล่าวผสมผสานเทคนิคจิตรกรรมจีนแบบดั้งเดิมเข้ากับการจัดวางเชิงสมัยใหม่ โดยแสดงแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่รายล้อมศูนย์กลางอย่างจัตุรัสเทียนอันเหมิน
ภายในนิทรรศการ ยังมีการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาแบบบูรณาการของเขตปักกิ่ง–เทียนจิน–เหอเป่ย์ ซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2014 และถูกยกระดับเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหา “เมืองใหญ่” หรือความหนาแน่นของเมืองหลวง ผ่านการกระจายฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นออกจากปักกิ่ง
การพัฒนาแบบบูรณาการ 3 พื้นที่
จากแผนที่เชิงพื้นที่ แสดงให้เห็นโครงสร้างการพัฒนาแบบ “สามศูนย์กลางเชื่อมโยงกัน” ได้แก่ ปักกิ่ง เทียนจิน และเหอเป่ย์ โดยมีการกำหนดบทบาทที่แตกต่างกัน เช่น เขตนิเวศทางตอนเหนือ พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเล และเขตแกนกลางของเมืองหลวง
เป้าหมายสำคัญคือการลดความหนาแน่นของเมืองหลวง และสร้างการกระจายตัวของเศรษฐกิจและประชากรอย่างสมดุลในระดับภูมิภาค
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ
ภายในปี 2024 กรุงปักกิ่งมีสวนสาธารณะรวมมากกว่า 1,100 แห่ง โดยในจำนวนนี้เป็น “สวนขนาดเล็กในเมือง (Pocket Parks)” ถึง 709 แห่ง

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา “เส้นทางสีเขียว (Greenways)” รวมความยาวกว่า 2,015 กิโลเมตร สะท้อนถึงความพยายามในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองใหญ่
ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี กรุงปักกิ่งได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพื้นที่เมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมีการย้ายและปรับปรุงตลาดและศูนย์โลจิสติกส์กว่า 1,000 แห่ง พร้อมเปลี่ยนพื้นที่กว่า 10,000 เฮกตาร์ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ส่งผลให้กรุงปักกิ่งกลายเป็นหนึ่งในมหานครที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากที่สุดของจีน
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ คือการพัฒนา “ศูนย์ใหม่ซงอัน” (Xiong’an New Area) ในมณฑลเหอเป่ย์ เพื่อรองรับภารกิจบางส่วนจากเมืองหลวง ขณะที่ปักกิ่งยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการเมือง การบริหาร และยุทธศาสตร์ของประเทศ
ในด้านเศรษฐกิจ กรุงปักกิ่งยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ วงจรรวม (IC) การผลิตอัจฉริยะ พลังงานสีเขียว และยานยนต์อัจฉริยะ ปัจจุบันมีบริษัทด้าน AI มากกว่า 2,500 แห่งตั้งอยู่ในเมืองนี้
ภายในนิทรรศการ ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีหลากหลาย ตั้งแต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จรวดอวกาศเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain–Computer Interface) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิก และมีการใช้งานกับผู้ป่วยแล้วในบางกรณี 7 คน ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำในจีน เช่น โรงพยาบาล Peking ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญด้านการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอภาพของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เช่น สนามบินนานาชาติปักกิ่งต้าซิง ( Daxing International Airport ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างของ “Smart Infrastructure” ที่ผสานการออกแบบทันสมัยเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ภาคการบริโภคและวัฒนธรรมก็ถูกนำเสนอควบคู่กัน ผ่านแบรนด์เก่าแก่ของจีน เช่น Daoxiangcun และงานหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างเครื่องเคลือบลงยา (Cloisonné) รวมถึงอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ
นิทรรศการแห่งนี้ไม่เพียงแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่าง “ความทันสมัย” และ “รากเหง้าทางวัฒนธรรม” ของกรุงปักกิ่งในยุคปัจจุบัน
มณีนาถ อ่อนพรรณา / ภาพ-ข่าว

