วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 10.01 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 โรงเรียนวัดพิกุล แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯภายหลังใช้สิทธิ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า บรรยากาศการเลือกตั้งช่วงเช้ายังไม่คึกคักเท่าที่ควร ซึ่งน่าเสียดาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต อาจส่งผลให้ประชาชนที่ต้องทำงานในวันอาทิตย์ หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ตามภูมิลำเนา ไม่สามารถเดินทางกลับมาใช้สิทธิได้ ทำให้สูญเสียโอกาสในการเลือกตั้งนายชัยวัฒน์ ยอมรับว่า หากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ย่อมส่งผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครทุกคน ไม่ใช่เฉพาะตนเอง จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพมหานครออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนปิดหีบในเวลา 17.00 น. เพื่อให้เสียงของประชาชนสะท้อนเจตจำนงได้อย่างเต็มที่สำหรับการใช้สิทธิของตนเองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที เนื่องจากการจัดการภายในหน่วยเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีระเบียบ

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยด้วยว่า พรรคประชาชนได้จัดอาสาสมัครเฝ้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งในหลายหน่วยทั่วกรุงเทพมหานคร แม้จำนวนอาสาสมัครอาจไม่เพียงพอกับจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด จึงขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ใกล้หน่วยเลือกตั้งร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนหลังปิดหีบ เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม พร้อมระบุว่า พรรคจะจัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามผลการเลือกตั้งหลังปิดหีบ และยังคงมั่นใจว่าพรรคประชาชนจะได้รับจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งนี้
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า เป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาตั้งแต่ต้นทางของระบบราชการ หากมีการทุจริตตั้งแต่การสอบคัดเลือก ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการทั้งหมด และอาจนำไปสู่การทุจริตในขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกระดับอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ส่วนประเด็นการโจมตีกันทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายชัยวัฒน์ มองว่า ไม่น่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนมากนัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์แตกต่างจากบรรยากาศที่พบในการลงพื้นที่จริง โดยเชื่อว่าการตัดสินใจของประชาชนจากการเลือกตั้งในวันนี้จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของคนกรุงเทพมหานครมากกว่ากระแสที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์

