ปปง. เปิดเกมรุก ผนึก “เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ” สู้ฟอกเงิน ยกระดับบูรณาการรัฐ–ราษฎร์ สกัดอาชญากรรมการเงิน

191

ปปง. เปิดตัวเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างแนวร่วมเข้มแข็งสกัด “ขบวนการฟอกเงิน–อาชญากรรมการเงิน” ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน–ประชาสังคม ลงนาม MOU 3 ฉบับ ยกระดับการทำงานโปร่งใส รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ มุ่งตัดวงจรอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

วันนี้ (26 มิถุนายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จัดกิจกรรมเปิดตัว “โครงการเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน” เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นอาชญากรรมทางการเงิน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ขยายเครือข่ายการรับรู้ทั่วประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเป็นระบบ

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การมอบหมายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

“รัฐ–ประชาชน” ผนึกกำลัง สกัดภัยฟอกเงินยุคใหม่
พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวชื่นชมบทบาทของ ปปง. ที่ผลักดันการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยระบุว่า การเปิดตัวเครือข่ายครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เท่าทันสถานการณ์อาชญากรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบการเงินไทย และสร้างสังคมที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นธรรม

ภายในงานมีการนำเสนอภารกิจสำคัญของ ปปง. โดย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานคณะกรรมการ ปปง. พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เครือข่ายภาคประชาชน : ผสานพลังรัฐและราษฎร์ สร้างเกราะคุ้มกันและสกัดกั้นอาชญากรรม”

ขณะที่ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้บรรยายในหัวข้อการยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นบทบาทเครือข่ายประชาชนในการช่วยสกัดอาชญากรรมยุคดิจิทัล ด้าน นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวถึงเครือข่ายประชาชนว่าเป็น “รากฐานสำคัญในการตัดวงจรอาชญากรรมอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการแสดงผลงานความร่วมมือระหว่าง ปปง. กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และธนาคารกรุงไทย
ลงนาม MOU 3 ฉบับ ยกระดับปราบฟอกเงินครบวงจร
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. MOU กระทรวงมหาดไทย–ปปง.ร่วมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธร้ายแรง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย 2. MOU ปปง.–กระทรวง พม.
ว่าด้วยการส่งมอบทรัพย์สินจากคดีค้ามนุษย์ เพื่อนำไปช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย เพิ่มความเป็นธรรม และลดความล่าช้าในการติดตามทรัพย์สิน พร้อมยกระดับมาตรฐานสากล 3P (Prosecution, Protection, Prevention และ 3. MOU ปปง.–ธนาคารกรุงไทย
พัฒนาระบบประมูลทรัพย์สินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุนภาครัฐ และเสริมธรรมาภิบาลในกระบวนการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดได้

ทั้งนี้ การปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องอาศัยพลังร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งจะเป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และร่วมตัดวงจรอาชญากรรม
พร้อมยืนยันเดินหน้าสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างระบบการเงินที่โปร่งใส มั่นคง และยั่งยืนของประเทศ