“เต้ มงคลกิตติ์” ควง “หน่อง ภาสพงศ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ เบอร์ 7 ลงพื้นที่หาเสียงหน้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นักเรียนแห่ขอถ่ายรูปและร่วมกิจกรรมวิดพื้นสร้างสีสัน ก่อนเปิดนโยบายชุดใหญ่ ตั้งแต่รับมือแผ่นดินไหว รถยนต์บินได้ คลองแสนแสบดื่มได้ ส่งคนกรุงเทพฯ สู่อวกาศ พร้อมวิจารณ์ปัญหาคอร์รัปชันใน กทม. และเรียกร้องให้ประชาชนเลือกเบอร์ 7 ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นายภาสพงศ์ ชัยวิริยะวนิช หรือ “หน่อง” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพบินได้ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ร่วมงานประกาศรางวัลเมขลาและออกรายการของสปริงนิวส์ ก่อนลงพื้นที่พบปะนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
โดยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 32 ราย และมีอาคารได้รับความเสียหายหลายแห่งในพื้นที่ใกล้กรุงการากัส พร้อมกล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่ประเทศเมียนมาในช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน
นายภาสพงศ์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายข้อที่ 19 ของกลุ่มกรุงเทพบินได้ ซึ่งมุ่งเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเสนอแนวทาง 3 รูปแบบ ได้แก่ การติดตั้งเบาะลมรองรับการอพยพฉุกเฉิน การติดตั้งสไลเดอร์รูหนอนสำหรับอาคารสูงไม่เกิน 20 ชั้น และระบบ Best Jumping สำหรับอาคารสูงขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการช่วยเหลือประชาชนหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ กล่าวว่า การลงพื้นที่หน้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักเรียนจำนวนมาก จนแทบไม่มีเวลาหายใจ พร้อมระบุว่าเหลือเวลาอีก 3 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง จึงขอใช้โอกาสนี้สื่อสารนโยบายสำคัญไปยังประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า กลุ่มกรุงเทพบินได้ส่งนายภาสพงศ์ หมายเลข 7 ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผลักดันนโยบายที่สามารถทำได้จริง เช่น โครงการรถยนต์บินได้ ซึ่งมีแผนนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสโลวาเกีย เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ยังมีนโยบาย “คลองแสนแสบดื่มได้” โดยตั้งเป้าฟื้นฟูคลองแสนแสบตลอดระยะทาง 45.5 กิโลเมตร ผ่านระบบบำบัดน้ำหลายขั้นตอน ตั้งแต่การคัดแยกของเสีย การกรองด้วยวัสดุต่าง ๆ ระบบฟิลเตรชัน ระบบโอเอส และระบบอัลตราไวโอเลตในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้คุณภาพน้ำดีขึ้นจนสามารถดื่มได้ในอนาคต พร้อมวางโรดแมปดำเนินงานภายใน 4 ปี และขยายผลไปยังคลองสายอื่นทั่วกรุงเทพมหานคร
อีกหนึ่งนโยบายที่ถูกกล่าวถึงคือโครงการส่งคนกรุงเทพฯ จำนวน 100 คนแรกเดินทางสู่อวกาศ โดยเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทด้านอวกาศระดับโลก เช่น Virgin Galactic, Blue Origin และ SpaceX เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์นอกโลกและสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในช่วงหนึ่ง นายมงคลกิตติ์ยังวิจารณ์ประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตในหลายโครงการ พร้อมยกตัวอย่างคดีที่ตนเคยติดตามตรวจสอบในอดีต ทั้งโครงการครุภัณฑ์อาชีวศึกษา โครงการสนามฟุตซอล และโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า หากได้รับโอกาสเข้ามาบริหาร กทม. จะตรวจสอบงบประมาณอย่างละเอียดทุกโครงการ โดยเฉพาะงบด้านไอที งานก่อสร้าง และโครงการขนาดใหญ่ เพื่อลดการรั่วไหลของงบประมาณ พร้อมนำงบที่ประหยัดได้กลับมาพัฒนาสวัสดิการประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อเย็นสำหรับนักเรียน การยกระดับโรงเรียนในสังกัด กทม. การช่วยเหลือคนพิการ ทหารผ่านศึก และการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน
นอกจากนี้ยังเสนอโครงการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยใช้แนวคิด “โครงการสร้อยไข่มุก” สร้างระบบเขื่อนและการสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ
ช่วงท้าย นายมงคลกิตติ์ได้ขอคะแนนเสียงจากประชาชน โดยระบุว่ากลุ่มกรุงเทพบินได้เข้ามาทำงานด้วยความสุจริต ตั้งใจแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ปัญหาน้ำเสีย การคอร์รัปชัน และต้องการยกระดับกรุงเทพมหานครให้มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทียบเท่านานาอารยประเทศ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเลือกนายภาสพงศ์ หมายเลข 7 เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงประเด็นการสอบบรรจุท้องถิ่น โดยอ้างว่ามีความผิดปกติในการดำเนินการสอบและการตรวจข้อสอบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และกระบวนการคัดเลือกอย่างละเอียด โดยเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และควรมีการปฏิรูประบบสอบแข่งขันของภาครัฐให้มีความโปร่งใสมากขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มกรุงเทพบินได้ยืนยันว่าจะเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณานโยบายและให้โอกาสทีมงานเข้ามาพัฒนากรุงเทพมหานครต่อไป

