จากภาวะตลาดหุ้นที่ยังคงมีความผันผวน และอัตราเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้อัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่ Property Fund & REITs ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 5-6% ต่อปี (คำนวนผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ณ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อมูลจาก Bloomberg) มีความน่าสนใจและเหมาะกับการลงทุนรวมถึงเป็นที่พักเงินที่ค่อนข้างปลอดภัย จากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงและจ่ายสม่ำเสมอ

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ แอล เอช ฟันด์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ณ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรามีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของ แอล เอช ฟันด์ 5 กองทุน แต่ละกองทุนสามารถจ่ายเงินปันผลหรือประโยชน์ตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ “LHPF” ซึ่ง ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อันประกอบด้วย โรงแรม 3 โรงแรมได้แก่ กรรมสิทธิ์ในโรงแรม Center Points Promphong (พร้อมพงศ์) , โรงแรม Center Points Thonglor (ทองหล่อ) และ บ้านให้เช่าวิลล่า สาทร (Villa Sathorn) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปี 2555) มีการจ่ายปันผลแล้ว 20 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4.23 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยเมื่อเทียบกับราคาพาร์ 6.04% ต่อปี

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ “QHPF” ซึ่งลงทุนใน อาคารสำนักงาน 3 อาคารประกอบด้วย อาคารสำนักงาน คิวเฮ้าส์ ลุมพินี อาคารสำนักงาน คิวเฮ้าส์ เพลินจิต และอาคารสำนักงาน Waveplace ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปี 2549) มีการจ่ายปันผลแล้ว 54 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 9.21 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยเมื่อเทียบกับราคาพาร์ 7.08% ต่อปี

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ “QHHR” ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม อันได้แก่ โรงแรม Center Point Chitlom , โรงแรม Center Point Sukhumvit 10 และ โรงแรม Center Point Phatunum ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปี 2555) มีการจ่ายปันผลแล้ว 19 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4.30 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยเมื่อเทียบกับราคาพาร์ 6.14% ต่อปี

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล “LHHOTEL” ซึ่งปัจจุบันลงทุนในโรงแรม 2 อาคาร ได้แก่ โครงการโรงแรม Grande Center Point Rhachadhumri และ โครงการโรงแรม Grande Center Point Asoke (Terminal 21) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปี 2559) มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแล้ว 14 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3.06 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนเฉลี่ยเมื่อเทียบกับราคาพาร์ 10.20% ต่อปี

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ”LHSC” ซึ่งปัจจุบันลงทุนโครงการ Shopping Center Terminal 21 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปี 2558) มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแล้ว 21 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3.48 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนเฉลี่ยเมื่อเทียบกับราคาพาร์ 8.53% ต่อปี

นายมนรัฐ กล่าวต่อว่าเมื่อรวมตัวเลขผลประกอบการตลอดทั้งปี 2561 กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของ แอล เอช ฟันด์ สามารถจ่ายเงินปันผลและประโยชน์ตอบแทนรวม 5 กองทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจัยที่สนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตและทำให้กองทุนสามารถรักษาลำดับการจ่ายเงินปันผลได้ดีอย่างต่อเนื่องมีสาเหตุจากช่วงปี 2561 ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวในไทยมีการขยายตัวในเชิงจำนวนห้องพักค่อนข้างสูง เพื่อรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับ 3-4 ดาว และต่ำกว่าระดับ 3 ดาว , มาตรการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ เช่น งดเว้นค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าช่วงเทศกาลการท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นต้น

กองทุนอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง 5 กองทุน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้นผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนดังกล่าวในข้างต้นสามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนเพิ่มเติมได้ที่ 02-286-3484 ต่อ 420-423