“พิพัฒน์” ดัน พรบ.ตั๋วร่วม เข้า ครม. – รถไฟฟ้าทุกสี จ่าย 17-45 บาท ตั้งเป้าเริ่มใช้ 1 ม.ค. 70 ทันของขวัญปีใหม่ จ่อดึงรถไฟฟ้าทั้งระบบเป็นของรัฐ ผ่านกองทุน TFFIF หลังพบคืนสัมปทานใช้เงินกว่าแสนล้าน
วันนี้ (23 มิ.ย. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า” เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนว่า เป็นนโยบายที่ทำมาอยู่แล้วในสายสีม่วงและสีแดงในราคา 20 บาทตลอดสาย และตอนนี้จะขยายเส้นทางครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสี โดยดึงเข้ามาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
แต่ปัญหาขณะนี้คือรัฐบาลไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อกิจการจากผู้ประกอบการในส่วนที่ไม่ใช่ของรัฐ โดยขณะนี้มีหลายสัญญาที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ซึ่งถ้าหากรัฐจะซื้อทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึงแสนล้านบาท จึงจะใช้วิธีการ “ตั๋วร่วม” ในราคา 17-45 บาท โดยเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ไม่ว่าจะเดินทางกี่สายก็จะเก็บแค่ครั้งเดียว ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่า การที่รัฐบาลจะเอารถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของ รฟม. จะระดมทุนได้จากที่ไหน ซึ่งเบื้องต้นมีแนวคิดว่าจะนำรถไฟฟ้าทั้งหมดไประดมทุนใน Thailand Future Fund (TFFIF) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยที่จัดตั้งโดยภาครัฐ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาไม่น้อยประมาณ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี
เมื่อใช้วิธีการนี้ การนำรถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของรัฐก็จะเกิดขึ้นจริงได้ และเมื่อถึงตอนนั้นก็จะมีการกำหนดรายละเอียดแยกราคาตั๋วเป็นรายสัปดาห์ ราคานักเรียน นักศึกษา และราคาผู้สูงอายุ
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า จะพยายามทำระบบตั๋วร่วมให้ทันภายในสิ้นปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และให้เริ่มใช้ทันในวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งจะรวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียวด้วย โดยต้องดูว่าเอกชนมีรายได้เท่าไหร่ และรัฐจะต้องนำงบประมาณบางส่วนมาชดเชยรายได้ส่วนต่างให้กับเอกชนด้วย
ส่วนที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ การเลือกสถาบันการเงินว่าจะใช้สถาบันใดมาเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อคืนให้กับเอกชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องเป็นผู้พิจารณา

