กองปราบฯรวบผัว-เมีย ตระเวณกดเงินบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ ตุ๋น-ข่มขู่เหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน จนสูญกว่า 20 ล้าน สอบสวนผู้ต้องหายังปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

วันที่ 20 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เรืองวิทย์ ดวงจินดา สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมน.ส.รอดียะห์ อายุ 29 ปี และนายอัฟฟาน อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 0745 และ 0747/2569 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2569 ทั้งสองถูกกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือรหัสชุดข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ในการเบิกถอนเงินสด”
จากการจับกุมทราบว่าเมื่อเดือนมีนาคม 2569 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่สน.ทองหล่อ หลังถูกขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับผู้กำกับการของ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดเลย คนร้ายใช้อุบายกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินรายใหญ่ พร้อมใช้คำพูดข่มขู่จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว ก่อนหลงเชื่อโอนเงินเพื่อให้ตรวจสอบ ระหว่างวันที่ 4-15 มี.ค.2569 รวมความเสียหายทั้งสิ้น 20,897,460 บาท กระทั่งภายหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความตำรวจ

จากการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวมีการใช้บัญชีม้าหลายบัญชีในการรับโอนเงิน และมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 11 ราย โดย น.ส.รอดียะห์ และนายอัฟฟาน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน รับทำหน้าที่ตระเวนกดเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย จำนวน 3 ครั้ง คิดเป็นเงินตั้งแต่ 200,000-1,000,000 บาท โดยใช้ตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ถนนรามคำแหงและบริเวณใกล้เคียง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองทำงานอยู่ในย่านซอยสุขุมวิท 20 และพื้นที่ใกล้เคียง จึงลงพื้นที่ติดตามตัว กระทั่งสามารถจับกุม น.ส.รอดียะห์ ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย ส่วน นายอัฟฟาน ถูกจับกุมได้ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และไม่เคยเปิดบัญชีธนาคารหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้แต่อย่างใด
จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ โดยขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้แล้ว 3 ราย และยังมีผู้ต้องหาอีก 8 รายที่อยู่ระหว่างหลบหนี

