ปคม.รวบ“เจ๊ปลา”เจ้าของบาร์อุดรฯ ค้าเด็กส่งต่างชาติแต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ

179

ปคม.รวบ “เจ๊ปลา“ เจ้าของบาร์เมืองอุดรฯ ค้ามนุษย์เด็ก ส่งขายต่างชาติ เก็บค่าบาร์ฟายหัวละ 500 หลังบุกช่วยเด็กสาวต่ำกว่า 18 ปีได้หลายราย พบรับส่วนแบ่งจากการค้าบริการ แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ

วันที่ 19 มิ.ย.พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.สั่งการให้ พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผกก.3 บก.ปคม.พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.3 บก.ปคม. พ.ต.ท.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม สว.กก.3 บก.ปคม.ร่วมกับสภ.เมืองอุดรธานี เข้าจับกุม น.ส.สุชานันท์ หรือ เจ๊ปลา อายุ 58 ปี นายสาโรชฯ อายุ 60 ปี ข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์ ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการ
ค้าประเวณีซึ่งกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี ,ร่วมกันรับผลประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นฯ ”ได้ที่ร้านแห่งหนึ่ง พื้นที่ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี    

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. เข้าจับกุมเจ้าของบาร์ฝรั่งแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี พร้อมช่วยเหลือเหยื่อเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 6 ราย ที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยพบว่าทั้งหมดเป็นพนักงานในร้าน ที่ขายบริการให้ลูกค้าที่มาเที่ยวเป็นประจำ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยร้านมีลักษณะเปิดเป็นสถานบริการ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีหญิงสาวคอยนั่งบริการ ปรนนิบัติ และร่วมนั่งดื่มกินกับลูกค้า

จากการสืบสวนพบว่าเด็กหญิงจะออกไปขายบริการจะมีค่าตัว 2 พันบาท และต้องจ่ายค่าบาร์ฟาย หรือ lady special (ค่าออกจากร้าน) ซึ่งเป็นส่วนแบ่งการขายให้กับทางบาร์ จำนวน 500 บาท ถึงจะออกไปลูกค้าได้ ถือว่าได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก่อนวางแผนเข้าทำการจับกุมไปในที่สุด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยังขยายผลการดำเนินคดี

โดยพบว่าที่บาร์ของผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นเครือข่ายเดียวกับบาร์ฝรั่งดังกล่าวด้วย โดยก่อนหน้ายังเข้าช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ไว้ได้ 2 รายคือ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และน.ส.สอง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใกล้ๆกับร้านดังกล่าว ห่างไปประมาณ 50 เมตร

จากการเข้าตรวจสอบที่บาร์ดังกล่าว พบมี นางสุชานันท์ หรือ เจ๊ปลา อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของร้าน, นายสาโรช หรือ ไก่ อายุ 60 ปี เป็นผู้ดูแลร้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย สอบสวน ผู้ต้องหา ยังให้การปฏิเสท จึงส่ง ตัวให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดี

และให้เจ้าหน้าที่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ร่วมคัดแยกและช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ เพื่อคุ้มครองสิทธิและฟื้นฟูสภาพจิตใจ และส่งเด็กสาวทั้ง 2 คน เข้าคุ้มครองบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ต่อไป