รร.การเมือง ศูนย์สันติวิธี จับมือท้องถิ่น จัดกิจกรรมร้อยใจชาวปัตตานี ดึง “บาบอนิรอมลี” ชูหลักสันติ-การอยู่ร่วมสังคมพหุวัฒนธรรม

158

ปัตตานี, วันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลา โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (รร.การเมือง ศสว.) นำโดย พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศสว. พร้อมด้วยชุดการเมืองเคลื่อนที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เจ้าหน้าที่รัฐและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ภายใต้แนวคิด “ร้อยใจชาวปัตตานี” ที่ศาลาอเนกประสงค์ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมี พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผกก.สภ.นาประดู่, นายมะรุสดี มามุ ประธานสภาตำบลนาประดู่เหนือ นายสุไลมาน เจ๊ะและ นายกสมาคม POSBO ปลัดเทศบาลตำบลนาประดู่เหนือ, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4301 (หน.ชป.กร.ร้อย ทพ.4301) ชุดสันติสุขที่ 504 ร่วมกิจกรรม

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความหวาดระแวง และสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของรัฐให้แก่มวลชนในระดับฐานราก โดยได้เชิญ บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี มาร่วมบรรยายธรรมตามหลักศาสนาอิสลามแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

พ.อ.เอกธวุฒิ กล่าวว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ด้วยความรัก และให้มนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในความเชื่อนั้น และทุกคนจะต้องรับในสิ่งที่เป็นผลจากการเลือกในความเชื่อนั้น และพระเจ้าตรัสว่า ให้มนุษย์ทุกคนจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ขอขอบคุณ ผกก.สภ.นาประดู่ รวมถึงผู้บังคับกองร้อย และผู้นำท้องถิ่นที่ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสานสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่

พ.อ.เอกธวุฒิ ได้กล่าวเปรียบเทียบถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวและการดูแลบุตรหลาน โดยระบุว่า หากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปกครองลดระดับการปฏิบัติหรือลดความใกล้ชิดลง ความสัมพันธ์ก็อาจจะห่างเหินไปเรื่อยๆ

ด้านบาบอนิรอมลี ได้บรรยายธรรมโดยเน้นย้ำถึงหลักการที่แท้จริงของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสันติ ไม่ทำร้าย ไม่รังเกียจ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ศาสนาอิสลามมีข้อห้ามที่ชัดเจนในเรื่องการนินทา การใส่ร้าย และการใช้คำพูดที่หยาบคาย รวมถึงการตั้งฉายาหรือเรียกชื่อเล่นในลักษณะที่นำไปสู่ความอับอายของบุคคลอื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสงบสุข