นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนําแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวย้ำจุดยืนของ นปช.คือ สนับสนุนการเลือกตั้ง และนําพาประเทศไทยเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย เราไม่เคยเชื่อและไม่เคยยอมรับว่าอํานาจเผด็จการจะทําเรื่องนี้ได้ การพูดแบบนกแก้วนกขุนทองของแม่นํ้า 5 สายว่า กําลังสร้างระบบและกติกาที่จะทําให้การเลือกตั้งบริสุทธิ ยุติธรรม ห่างไกลความจริงอย่างมาก เพราะถ้าดูตามเนื้อหารัฐธรรมนูญและส่วนอื่นๆ ที่เกียวข้อง ชัดเจน ว่ามีเจตนาให้เกิดนายกฯคนนอก หรือถ้าฝ่ายการเมืองตังรัฐบาลได้ก็ต้องเจอกับดักอํานาจมากมายจน แทบง่อยเปลียเสียขา ทังนี้ การเลือกตั้งที่บริสุทธิจึงไม่ได้หมายถึงแค่ไม่มีซื้อสิทธิขายเสียง แต่ถ้ากติกาไม่ เป็นธรรม เจตนาขัดหลักการประชาธิปไตย มีเป้าหมายสืบทอดอํานาจ ต่อให้ไม่ซื้อเสียงกันสักบาทก็เรียก ว่าการเลือกตั้งที่บริสุทธิยุติธรรมไม่ได้

“หาก สนช.มีมติยืดเวลาบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน นปช.ก็ไม่คิดจะ เคลื่อนไหวเรียกร้องใดๆ เพราะขณะนี้กําลังพบเห็นคนบางกลุ่ม ทั้งพรรคการเมืองหรืออื่นๆ มีอาการไบโพลาร์ทางการเมือง คือบางทีเรียกหารัฐประหาร บางวันต้องการประชาธิปไตย บางครั้งบอยคอตเลือกตั้งและ ขัดขวางไม่ให้คนอื่นไปเลือก แต่บางคราวอยากเลือกตั้ง ใครดึงใครยื้อก็รับไม่ได้ จึงเป็นโอกาสดีทีกลุ่มอาการไบโพลาร์ทางการเมืองนี้จะบําบัดอาการให้หายขาด โดยสื่อสารกับตัวเองและสังคมให้ชัดว่ายังเชื่ออยู่ หรือไม่ว่าเผด็จการจะแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือปราบคอร์รัปชั่นได้ ระหว่างระบบเลือกตั้งที่ตัดสินใจเลือกเองและไล่เองได้ กับลากตั้งทีไม่ได้เลือกและแตะต้องไม่ได้ จะเอายังไง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า แน่นอนว่าสถานการณ์นีคือความเสียหายของประเทศ เราเจ็บปวดมาตลอดกับการ สูญเสียประชาธิปไตย แต่ไม่เคยรู้สึกผิดหวังหรืออกหัก เพราะไม่เคยหลงรักเผด็จการมาก่อน ช่วงนี้มีข่าวคน ดังแยกทางกับคนรักหลายราย ถ้ามองเทียบกับการเมืองโดยพูดถึงหลักการ ไม่ใช่ตัวบุคคล อยากให้บาง ฝ่ายพิจารณาว่า ถ้าเผด็จการทําให้เจ็บปวดมากก็ตัดใจเสียเถอะ แล้วเริ่มต้นใหม่กับประชาธิปไตยดีกว่า แม้ จะล้มลุกคลุกคลานกันบ้าง แต่เขาก็รักเราจริง ยอมรับว่าคนเท่ากัน มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียม