“รสรินทร์” ยื่นกระทู้จี้ “รมว.พม.” ดันเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทถ้วนหน้า ชี้ไทยเผชิญวิกฤต “แก่ก่อนรวย” รายได้ไม่พอกิน

103

รัฐสภา, วันที่ 16 มิ.ย. – นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยกระทู้ถามทั่วไปของตนในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำวินิจฉัยให้เป็นกระทู้ถามทั่วไป และให้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของกระทู้ถามดังกล่าว ซึ่งยื่นไว้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีการระบุถึงสภาวการณ์ของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์  แต่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต “แก่ก่อนรวย” คือมีอายุยืนยาวแต่ขาดแคลนเงินออมและหลักประกันทางการเงิน ประกอบกับอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบันที่จ่ายอยู่เพียงเดือนละ 600–1,000 บาท ไม่สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีภาระทางสังคมที่ต้องดูแลบุตรหลานที่อยู่ในกลุ่มแรงงานหาเช้ากินค่ำ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับโรคอุบัติซ้ำและโรคเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล หรือค่าเวชภัณฑ์ที่ไม่สามารถเบิกได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงอย่างน่ากังวล

นางสาวรสรินทร์กล่าวว่า ได้ยื่นข้อซักถามไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1 สอบถามถึงแผนงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการพิจารณาปรับเปลี่ยนการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากระบบขั้นบันได (600–1,000 บาท) ไปเป็น ระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้าในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นความยากจนและค่าครองชีพในปัจจุบัน และในกรณีที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที กระทรวง พม. มีมาตรการเยียวยาระยะสั้นสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางรวมถึงผู้สูงอายุพิการอย่างไรบ้าง

ประเด็นที่ 2 ในกรณีที่มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณแผ่นดินไม่เพียงพอ ทางกระทรวง พม. จะมีแนวทางในการ พิจารณาตัดงบประมาณส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อนำมาจัดสรรเพิ่มเป็นสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุได้หรือไม่ อย่างไร โดยขอให้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด

ทั้งนี้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งกระทู้ถามดังกล่าวไปยังฝ่ายบริหารเรียบร้อยแล้ว