รวบพี่เลี้ยงบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หนีซุกเพื่อนบ้านนานนับปี สุดท้ายจนมุมคาบ้านเกิด

71

รวบพี่เลี้ยงบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หน้าที่พี่เลี้ยงบัญชีม้าน้องใหม่ เพื่อนร่วมงานถูกกวาดล้างหนัก ต้องหนีซุกข้ามแดน ชะล่าใจย้อนกลับบ้าน สุดท้ายไม่รอด

วันที่ 12 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป. ร่วมจับกุม น.ส.สุดารัตน์ฯ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 484/2569 ลงวันที่ 27 ม.ค. 2569 ในข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน และเป็นธุระจัดหา ให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร

สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ล่อลวงคนไทยข้ามชายแดนไปกักขังและบังคับให้สแกนใบหน้าทำธุรกรรมผ่านบัญชีม้าเกือบ 200 บัญชี สร้างความเสียหายให้กับประชาชนรวมกว่า 55 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่กบดานอยู่ในประเทศไทยไปได้แล้ว 7 ราย

จากการสืบสวนขยายผลพบว่า น.ส.สุดารัตน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญของเครือข่าย ได้หลบหนีออกไปกบดานอยู่ในต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม กระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่า ผู้ต้องหาได้ลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศ และกลับมากบดานอยู่ที่บ้านเกิดในจังหวัดพิจิตร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวน น.ส.สุดารัตน์ รับสารภาพว่า เดิมทีตนเคยตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า จนบัญชีถูกอายัดและไม่สามารถใช้งานได้ ก่อนจะผันตัวเข้าร่วมขบวนการในฐานะ “พี่เลี้ยง” ทำหน้าที่คอยให้คำแนะนำบัญชีม้าหน้าใหม่ที่ถูกหลอกข้ามแดนไปทำงาน รวมถึงรับผิดชอบดูแลและตรวจสอบระบบบัญชีม้าทั้งหมดให้พร้อมใช้งานสำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อนำไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น

ผู้ต้องหาให้การอีกว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการ ตนได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งเวลาผ่านไปเห็นว่าเรื่องเริ่มเงียบลง จึงเข้าใจว่าน่าจะรอดพ้นการติดตามของเจ้าหน้าที่ ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิดที่ จ.พิจิตร แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป