กรุงเทพฯ, 12 มิ.ย. – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามและกำกับการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที
โดยเมื่อวานนี้ (11) นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการทส. เป็นประธานการประชุมตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 6 ครอบคลุมจังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล เขตตรวจราชการที่ 17 ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ และเขตตรวจราชการที่ 18 ได้แก่ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานร่วมกันหลายประเด็นสำคัญ

ด้านการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามคดีบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ และป่าชายเลน พร้อมเร่งรัดการดำเนินคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยสั่งการให้บูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งติดตั้งระบบเตือนภัยดินถล่มและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า รวมถึงสำรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่อเตรียมเสนอของบประมาณในการป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต
ในด้านสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมข้อมูลถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ติดตามการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการที่ได้รับอนุญาต EIA โรงแรม และสถานประกอบการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันการแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะที่เข้าถึงยาก

ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำเรื่องการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว โดยให้ติดตามการจัดทำจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนภูเขาสูง เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านโครงการ Sky Doctor และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำมันรั่ว ไฟไหม้บ่อขยะ หรือดินโคลนถล่ม รวมถึงขับเคลื่อนแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เชื่อมโยงทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าควบคู่กับการรักษาภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์
ด้านการบริการประชาชน ได้เร่งประชาสัมพันธ์การใช้งานระบบ MNRE e-Service และระบบ e-Petition เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นคำขออนุญาตและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบ GREEN AI เป็นฐานข้อมูลสนับสนุนการบริหารงานของจังหวัด
สำหรับประเด็นด้านสังคมและความมั่นคง ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และฝ่ายปกครอง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ พร้อมกำหนดมาตรการตรวจหาสารเสพติดเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานการบริการสู่การเป็น “อุทยานแห่งชาติสีขาว”
นายสุชาติ ย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อนงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลสิ่งแวดล้อม การรับมือภัยพิบัติ และการยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน

