JAS ปิดดีล 70 ล้านดอลลาร์ คว้าสิทธิฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 ย้ำ คุ้มค่า มองเกมยาวปั้นแบรนด์ Monomax ตั้งเป้าสมาชิกทะลุ 2 ล้านราย เผยเบื้องหลังรัฐบาล – สมาคมฟุตบอลฯ ร่วมประสานไม่ให้ไทยแข่งกันซื้อสิทธิลดแรงกดดันราคา
วันนี้ (11 มิ.ย. 69) ที่ Stadium 29 ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS พร้อมด้วยนายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
ดร.โสรัชย์ให้สัมภาษณ์ถึงมูลค่าดีลลิขสิทธิ์ดังกล่าว โดยระบุว่าไม่ใช่ข้อมูลลับ เนื่องจาก JAS เป็นบริษัทมหาชนและต้องแจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว พร้อมเปิดเผยว่าดีลนี้ครอบคลุมฟุตบอลโลก 2 ครั้ง ได้แก่ ปี 2026 และ 2030 รวมถึงทัวร์นาเมนต์ทั้งหมดของ FIFA ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี 2030 คิดเป็นมูลค่ารวม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อถูกถามถึงความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจและกระบวนการต่อรองราคา ดร.โสรัชย์กล่าวว่า ราคาตั้งต้นไม่ได้อยู่ในระดับดังกล่าว โดย FIFA มีการปรับลดลงมาพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเดิมได้ ทว่าสิทธิที่ได้รับนั้นครอบคลุมการแข่งขันจำนวนมาก ทั้งฟุตซอลโลก ฟุตบอลโลกหญิง และฟุตบอลเยาวชนทุกระดับ
ดร.โสรัชย์ยอมรับว่า หากมองเฉพาะฟุตบอลโลกเพียงรายการเดียวในระยะสั้น อาจเป็นดีลที่ไม่น่าสนใจนัก แต่บริษัทมองการลงทุนครั้งนี้ในมิติของการสร้างแบรนด์ Monomax และ JAS ในระยะยาว เพื่อสร้าง Position ของเราในตลาด ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองแบรนด์ในระยะยาวอย่างแน่นอน
ดร.โสรัชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน JAS มีลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งยังเหลือสัญญาอีก 5 ฤดูกาล รวมถึงได้สิทธิในประเทศเวียดนาม กัมพูชา และ สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีวอลเลย์บอลโลก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร ตลอดจนรายการกีฬาสำคัญอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายรวบรวมคอนเทนต์กีฬาระดับโลกไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
ในประเด็นการต่อยอดเชิงพาณิชย์สำหรับร้านอาหารหรือสถานประกอบการต่าง ๆ นายนวมินทร์กล่าวว่า บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับการขายลิขสิทธิ์ในส่วนดังกล่าวมากนัก และพร้อมเปิดกว้างให้มีการเจรจา โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น ได้มีโอกาสรับชมฟุตบอลโลกด้วยกัน
ส่วนแหล่งเงินทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ ดร.โสรัชย์ระบุเพียงว่า บริษัทมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
สำหรับบทบาทของภาครัฐในดีลดังกล่าว ดร.โสรัชย์เปิดเผยว่า การเจรจาใช้เวลานานกว่า 1 ปี โดยมีการประสานงานร่วมกันในลักษณะ “Team Thailand” ระหว่างภาครัฐ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และภาคเอกชน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันเสนอราคากันเองจนทำให้มูลค่าสิทธิสูงขึ้น เพราะไม่ต้องการให้โดนปั่นราคา สิ่งที่ JAS ทำคือเมื่อรัฐบาลเจรจาแล้วบอกว่าไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสม เราก็เข้าแทน โดยรัฐบาลให้การสนับสนุน และสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ช่วยเจรจาในระดับสูง ขณะที่พวกเราหารือกับ Director ของ Commercial Rights ของ FIFA
ด้านรูปแบบการรับชมฟุตบอลโลก 2026 ดร.โสรัชย์ยืนยันว่า จะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีมากกว่าหนึ่งคู่ต่อวัน และคาดว่าจะมีแมตช์ที่เปิดให้รับชมฟรีมากกว่า 40 นัด จากทั้งหมด 104 นัด โดยนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศจะได้รับการถ่ายทอดสดให้ชมฟรีอย่างแน่นอน พร้อมเผยว่าคู่แข่งขันของประเทศหลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมจากแฟนบอลชาวไทย จะถูกนำมาพิจารณาให้อยู่ในกลุ่มแมตช์ฟรีด้วย
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อราคาหุ้น JAS ดร.โสรัชย์กล่าวว่า ในฐานะผู้เจรจาดีล ไม่ได้นำเรื่องราคาหุ้นมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ เพราะไม่ได้มองเรื่องราคาหุ้นที่จะขึ้นในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และการวางรากฐานธุรกิจในระยะยาวมากกว่า
ในส่วนของแพ็กเกจรับชมฟุตบอลโลก ผู้บริหาร JAS ระบุว่า ลูกค้าที่ซื้อแพ็กเกจ Early Bird แบบ Pack L ไปแล้ว จะได้รับสิทธิรับชมฟุตบอลโลกโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ขณะที่ผู้ใช้ Pack M สามารถอัปเกรดแพ็กเกจผ่านเว็บไซต์ได้ ส่วนผู้ที่สมัคร Pack L ในปัจจุบัน ราคา 5,999 บาท สามารถผ่อนชำระได้สูงสุด 10 เดือน
ด้านกระแสวิจารณ์เรื่องราคาค่าสมาชิก นายนวมินทร์มองว่า สำหรับแฟนฟุตบอลแล้วถือเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่า เนื่องจากเป็นแพ็กเกจแบบรวมคอนเทนต์ และยังมีทางเลือกในการผ่อนชำระเพิ่มเติม
สำหรับประเด็นความคมชัดในการถ่ายทอดสด ดร.โสรัชย์ยอมรับว่า ช่อง Monomax Sport ในปัจจุบันยังออกอากาศในระบบ SD และยังไม่ได้หารือกับ กสทช. เรื่องการยกระดับเป็น HD เนื่องจากเพิ่งปิดดีลลิขสิทธิ์ได้เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา
ส่วนการคาดการณ์รายได้จากฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดร.โสรัชย์ระบุว่า รายได้หลักจะมาจากสมาชิกแพ็กเกจ L โดยบริษัทตั้งเป้ายอดสมาชิกอย่างน้อย 500,000 บัญชี พร้อมเปิดรับผู้สนใจเข้ามาเป็นสปอนเซอร์หรือพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายระยะยาวของ Monomax และ JAS ยังอยู่ที่การผลักดันฐานสมาชิกให้ทะลุ 2 ล้านราย
“เป้าหมายเราไม่เคยเปลี่ยน เป้าหมายของ Monomax และ JAS ก็คือฐานสมาชิกที่ 2 ล้านรายขึ้นไป ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมายนี้ ผมคิดว่าเราสามารถดูแลค่าลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลอังกฤษ ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ รวมถึงฟุตบอลโลกได้อย่างไม่มีปัญหา” ดร.โสรัชย์กล่าว
นายนวมินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนด้านลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจ OTT ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงและการรับชมโทรทัศน์ลดลง เนื่องจากแพลตฟอร์มทีวีกำลังอยู่ในช่วง Sunset พฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลงและมีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่มากขึ้น กลุ่มพวกเราจึงเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจแห่งอนาคตผ่านระบบ OTT มาสักพักหนึ่งแล้ว
ขณะที่ ดร.โสรัชย์ยืนยันว่า FIFA ไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงเป้าหมายในการส่งเสริมฟุตบอลให้เข้าถึงแฟนกีฬาในแต่ละประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายสามารถหาจุดสมดุลร่วมกันได้ นอกจากนี้ สิทธิที่ JAS ได้รับยังครอบคลุมการแข่งขัน FIFA Club World Cup ฟุตบอลโลกหญิง ฟุตซอลโลก และรายการอื่น ๆ ที่ FIFA เป็นผู้จัดทั้งหมดจนถึงปี 2030
เมื่อถูกถามว่ามองว่าดีลนี้คุ้มค่าหรือไม่ ดร.โสรัชย์ตอบทันทีว่าคุ้มค่า เราไม่ได้ซื้อตามอารมณ์และอย่ามองแค่ระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมทีวีมีการเปลี่ยนแปลง หากเราไม่ทำวันนี้ ไม่สร้าง Monomax ให้แข็งแกร่งจนเป็นแบรนด์ไทยที่ออกไปสู่ตลาดโลกได้ เราไม่ได้มองแค่ประเทศไทย แต่มองไปถึงระดับภูมิภาค (Regional) เลยทีเดียว
ทั้งนี้ ผู้บริหาร JAS และ MONO ยังขอความร่วมมือแฟนบอลชาวไทยรับชมผ่านช่องทางที่ถูกลิขสิทธิ์ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมกีฬาและคอนเทนต์ของประเทศไทยในระยะยาว

