จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีมติออกหมายเรียกดำเนินคดีแก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นของประเทศไทย ให้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 ความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 166 ฉบับ ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่ ห้องรับรองสื่อมวลชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ชั้น 2 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่น ให้ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีผลเบื้องต้นดังนี้ วันที่ 11 มิ.ย.69 ตนได้รับทราบจากหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า หมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหามีทั้งหมด 6 ราย โดยกำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 11-12 มิ.ย.69 ในช่วงเวลา 10.00 น. ปรากฏว่าในวันนี้มีเพียง 1 ราย ที่เข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นทนายความของบริษัทฯ เข้ายื่นหนังสือแจ้งว่ามาขอรับทราบข้อกล่าวหาแทน อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนได้พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการในการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่สามารถรับทราบข้อกล่าวหาอาญาแทนกันได้ จึงได้มีหนังสือให้ผู้แทนรับทราบ และให้ไปแจ้งกับผู้มีอำนาจตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ทั้งนี้ ส่วนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เหลืออีก 5 ราย ยังคงมีเวลาในการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 มิ.ย.69
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยถึงพฤติการณ์ที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นถูกแจ้งดำเนินคดีรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องมาจากมีการดำเนินการในส่วนของใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามกฎหมาย จำนวน 166 ฉบับ ส่วนหากทางโรงกลั่นจะชี้แจงอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ที่จะชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่วนข้อสังเกตว่าหากไม่มีการกรอกข้อมูลในใบเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครบทั้ง 8 ข้อ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานฯ ก็อาจจะส่อมีการไปเวียนใช้เอกสารในการกระทำความผิดกักตุนน้ำมันนั้น ก็ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่คณะพนักงานสอบสวนมองว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน และยังเป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้ดีเอสไอรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษด้วย
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ทางกรรมการของบริษัทฯ ได้มีการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69 โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และประสงค์จะขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ซึ่งจะเป็นการชี้แจงทั้งประเด็นของการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง และประเด็นการนำเอาบุคคลอื่นมาเป็นกรรมการบริษัทบริหารกิจการค้าน้ำมันแทนตนด้วย
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ในทุกประเด็นการสอบสวนของดีเอสไอกรณีตรวจสอบการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 8 คดี ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนประเด็นของคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด), ประเด็นของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง, ประเด็นของ 6 โรงกลั่นที่ไม่กรอกข้อมูลในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครบถ้วน และประเด็นของบริษัทเรือ เที่ยวเรือที่ไปเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจมีการประวิงเวลาหรือลอยลำนั้น ปัจจุบันก็ยังยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวเรือ เราก็ได้มีการประสานข้อมูลกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) อยู่เรื่อย ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเมื่อทาง ศรชล. ส่งข้อมูลมาให้เรา เราก็จะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้วิเคราะห์ เพื่อวางแผนในการสืบสวนขยายผล ทั้งนี้ ในวันที่ 12 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 13.00 น. ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ก็ได้มีการเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนสำหรับติดตามรายงานความคืบหน้าทั้งหมด เพื่อจะได้มีข้อสั่งการต่อไป โดยเน้นย้ำว่ามติของคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ได้เน้นย้ำให้เราตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 จึงทำให้คดีที่ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนอยู่นั้นมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดท้ายถึงกรณีที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยตามที่ได้ปรากฏเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่ภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ หรือคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องช่องโหว่คดีการกักตุนน้ำมัน ว่า สำหรับคณะกรรมการดังกล่าว ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสานข้อมูลระหว่างกัน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะไม่ได้ดูในเรื่องของโทษคดีอาญา แต่จะดูในภาพรวม อาทิ กระบวนการ โครงสร้าง มาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันเหตุการณ์วิกฤติพลังงานขาดแคลนในอนาคต

