วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน ทนายความ พาผู้เสียหายเดินทางเข้าพบ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อดำเนินการเอาผิดมรรยาททนายความกรณีที่ถูกทนายความใน จ.สุพรรณบุรี หลอกเก็บค่าธรรมเนียมศาลทิพย์ กว่า 1.1 ล้านบาท พบประวัติหลอกเงิน และยึดโฉนดผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายราย
คุณตุ๊กตา เล่าว่า เมื่อช่วงปี 66 ครอบครัวตนเองมีคดีความเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดิน จึงได้หาทนายความซึ่งพี่ชายรู้จักกับทนายผู้ชาย คนหนึ่งและได้ตกลงว่าจ้างกัน ต่อมาทนายผู้ชายได้ส่งทนายผู้หญิง ซึ่งอยู่จ.สุพรรณบุรีมาทำคดีให้โดยตกลงกันที่ 10000 บาท/ครั้ง ที่ไปศาล โดยช่วงแรกพี่ชายเป็นคนจ่ายค่าทนายส่วนนี้ ต่อมาพี่ชายเกิดป่วยไม่สามารถตัดสินใจอะไรไม่ได้ ทนายผู้หญิงจึงเริ่มมาขอเงินจากเราแทน ด้วยความกลัวว่าพี่ชายจะมีปัญหาเรื่องคดีความ ประกอบกับไว้ใจเกรงใจทนายผู้ชายที่รู้จักกับพี่ชาย จึงยอมจ่ายไป และขอมาแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งครั้งสุดท้ายอ้างว่าจะนำเงินไปฎีกา ต้องรับเงินก่อนถึงจะฎีกาได้ ก้อนแรก 240,000 บาท จนยอดเยอะขึ้นรวมโอนจำนวน 45 ครั้ง รวมกว่า 1,046,000 บาท เมื่อสอบถามเรื่องคดีความไปช่วงเดือนเมษายน กลับไม่ได้รับคำตอบ จึงไปสอบถามที่ศาลก็พบว่ามีการจ่ายค่าทำเนียมศาลที่มีการออกใบเสร็จ 1 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น จึงตัดสินใจแจ้งความไว้
ด้าน ดร.ธนกฤษ ระบุว่า พฤติกรรมของทนายคนนี้เป็นการใช้ความไม่รู้กฎหมายของผู้เสียหาย และความเชื่อใจในการเป็นทนายความ จึงเป็นช่องว่างให้คนแบบนี้มาหลอกลวง ส่วนตัวหากมีการวางศาลจริงก็คงไม่มีอะไร หรือชี้แจงรายละเอียดว่าส่วนไหนเป็นค่าวางศาล ส่วนไหนเป็นค่าคดี ค่าเดินทาง ซึ่งอยู่ที่ตกลงไม่มีตัวเลขที่ตายตัว อย่างเคสนี้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งโดยปกติค่าธรรมเนียมศาลจะต้องมีใบเสร็จออกทุกครั้ง เพราะค่าทำเนียมศาลบางอย่างสามารถเรียกกลับคืนมาได้ จึงต้องมีหลักฐานเก็บไว้
แต่กรณีนี้พบว่ามีเพียง 10,000 กว่าบาทมีใบเสร็จในการวางเงินที่ศาล แต่อีก 1 ล้านกว่าบาทไม่มีใบเสร็จจึงทำให้เกิดความเสียหาย เรื่องนี้มาร้องเรียนกับตนประมาณ 2 เดือนแล้วแต่ตนเองยังให้โอกาสที่ต้องนำเงินมาคืนผู้เสียหาย แต่จนถึงวันนี้กลับนิ่งเฉย ซึ่งมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงสนทนาที่เขายอมรับเองว่าได้นำเงินไปใช้ส่วนตัวหมดแล้ว
ส่วนการดำเนินคดีทางผู้เสียหายได้แจ้งความไว้แล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนก็จะประสานไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้เร่งรัดติดตามคดีนี้ต่อ อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าในส่วนของทนายความคนนี้ในมุมมองของตน ไม่เหมาะสมกับวิชาชีพทนายความ เป็นการกระทำที่ชั่วช้าเกินไปที่ใช้วิชาชีพทนายความไปหลอกเอาเงินลูกความ
ด้านดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความฯ ระบุว่าหลังจากนี้จะรับเรื่องไว้ พร้อมส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายมรรยาทตรวจสอบ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันไม่ต้องกังวลหากมีเรื่องเงินที่ไม่ถูกต้อง จะต้องถูกลบชื่อออกจากการเป็นทนายความโดยทันทีหากพบมีการกระทำผิดมรรยาททนายความจริง

