รัฐบาลเร่งอัปสกิลอาชีวะไทย จับมือจีนขยายความร่วมมือ 210 สาขา ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต ชูสูตร 3 ภาษา พ่วง AI ปั้นกำลังคนคุณภาพ ตั้งเป้า 1 ล้านคนใน 5 ปี

250

ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 9 มิ.ย. – ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดินหน้าพัฒนากำลังคนไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ “โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอาชีวศึกษาไทย เชื่อมโยงการเรียนการสอนกับภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสการมีงานทำของผู้เรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา ครั้งที่ 6 (The 6th Workshop on China – Thailand Vocational Education Cooperation “210 Majors” Project) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษาจากไทยและจีนเข้าร่วม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา โดยมุ่งพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ผ่านแนวคิด “3+1” หรือการเสริมทักษะภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ควบคู่กับความรู้ด้าน AI เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียนให้สามารถทำงานในสถานประกอบการไทยและจีน รวมถึงรองรับความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

อาชีวศึกษามีบทบาทสำคัญในการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบราง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงภาคบริการและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคอุตสาหกรรมไทยและจีน ตั้งแต่การร่วมออกแบบหลักสูตร การสนับสนุนการฝึกงาน ไปจนถึงการจ้างงานหลังสำเร็จการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ทางวิชาชีพ ประสบการณ์จากสถานประกอบการจริง และทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างไทยและจีนได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2561-2567 ฝ่ายจีนได้สนับสนุนทุนการศึกษาภายใต้โครงการทวิวุฒิไทย-จีน รวมทั้งสิ้น 3,421 ทุน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ประกาศใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทวิวุฒิไทย-จีน จำนวน 19 สาขาวิชา และเริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นมา

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายยกระดับอาชีวศึกษาไทยภายใต้นโยบาย ‘All for Education’ เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพจำนวน 1 ล้านคนภายใน 5 ปี พร้อมผลักดันนโยบาย AI Literacy ให้ครูและผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ความร่วมมือไทย-จีนครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์จากสถานประกอบการ และคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับ เพิ่มโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้ที่มั่นคง สอดคล้องกับแนวคิด ‘ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ’ และตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนของประเทศในระยะยาว” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว