ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การหาเสียงช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า บรรยากาศทั่วไปอยู่ในความเรียบร้อย พรรคการเมืองก็ลงพื้นที่หาเสียง ขณะที่ประชาชนก็ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลมากขึ้น ส่วนที่กองทัพเป็นเป้าโจมตีในการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆนั้น ต้องไปถามคนที่หาเสียง แต่ในความคิดตน การหาเสียงต้องเสนอแนวทางในการบริหารประเทศชาติ แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นการยกประเด็นมาโจมตีกัน และสื่อเองก็รู้อยู่

“ผมอยากเห็นนักการเมืองชูนโบายว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วจะทำอย่างไร อย่าบอกเฉพาะเป้าหมาย ควรบอกวิธีทำด้วย ประชาชนจะได้ใช้วิจารณญาณว่าหากพรรคการเมืองจะทำเช่นนี้ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะทำได้ อย่างที่โพลระบุว่า อยากเห็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่พูดไปแล้วทำไม่ได้ ที่คสช. และรัฐบาลโดนโจมตีด้วยนั้น ผมได้อธิบายไปหมดแล้ว ยืนยันว่าอยากเห็นพรรคการเมือง เสนอนโยบายว่าจะทำอย่างไรที่จะใช้อำนาจรัฐ บริหารประเทศชาติให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม แต่ยังเห็นการใช้วาทกรรมในการโจมตีกันอยู่” รมว.มหาดไทย กล่าว

เมื่อถามว่าได้มีการกำชับท้องถิ่นอย่างไร เพื่อวางตัวเป็นกลางในการช่วยการเลือกตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ในการวางตัวเป็นกลาง ใครทำนอกเหนือหน้าที่ก็จะมีผลกับตัวเอง

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)สามารถขึ้นเวทีดีเบตได้ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ตนไม่สามารถวิจารณ์เรื่องของนายกฯได้ เพราะเกินอำนาจหน้าที่ การที่จะบอกได้ว่านายกฯ ทำได้หรือไม่ได้อย่างไรทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย ส่วนคนที่จะตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ก็คือคนที่จะไปร่วม ว่าเมื่อไปแล้วจะเกิดผลดีหรือไม่อย่างไร ถือว่าเป็นสิทธิ์ของคนที่จะไป

เมื่อถึงการประชุมคสช. ในวันนี้เกี่ยวข้องกับการคณะกรรมการสรรหาส.ว. หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ