เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป.และ พ.ต.ต.ปองธรรม ปองไป ปรก.สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.รุ่งทิวา หรือ ดิว อายุ 24 ปี และ นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปีตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 456และ457/2569 ลง 14 พ.ค.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุม น.ส.รุ่งทิวา ได้ บริเวณห้องเช่า ซอยประปา 2 ถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ส่วน นายอนุรักษ์ จับได้บริเวณหน้าบ้าน หมู่ที่ 6 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินรวม 2 ล้านบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวไว้ จากการสืบสวนทราบว่า นายอนุรักษ์ และ น.ส.รุ่งทิวา ได้รับจ้างเป็นม้าถอนเงินสดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการใน สปป.ลาว โดยได้ค่าจ้างร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ถอนออกมา ล่าสุดทั้งสองทำหน้าที่เดินทางไปถอนเงินสดจากธนาคารคนละ 1 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า น.ส.รุ่งทิวา ได้เชิดเงินจำนวน 1 ล้านบาทหลบหนีไป เมื่อเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่บริเวณธนาคาร ทราบว่าเงินถูกเชิดหนี จึงเข้าควบคุมตัว นายอนุรักษ์ ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมยึดเงินสดจำนวน 994,100 บาท ก่อนบังคับขึ้นรถยนต์พาข้ามพรมแดนบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต เพื่อใช้เป็นตัวประกันกดดันให้ น.ส.รุ่งทิวา นำเงินมาคืน กระทั่งภายหลังมีผู้เข้ามาช่วยเจรจา นายอนุรักษ์ จึงได้รับการปล่อยตัวต่อมา
ตำรวจกองปราบปราม สืบทราบว่า น.ส.รุ่งทิวา และ นายอนุรักษ์ได้กนีมากบดานในพื้นที่ จ.ระยองและ จ.มุกดาหาร จึงนำกำลังจับกุม ได้สำเร็จ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าเคยทำหน้าที่รับโอนและถอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

