หน้าแรกกองทัพ-ความมั่นคงกองทัพเรือคุมเข้มชายแดนต่อเนื่อง รวบชาวเวียดนามลักลอบเข้าเมือง–จับ 6 คนไทยกลับจากเว็บพนันออนไลน์ในกัมพูชา ย้ำมาตรการปิดด่าน 100%

กองทัพเรือคุมเข้มชายแดนต่อเนื่อง รวบชาวเวียดนามลักลอบเข้าเมือง–จับ 6 คนไทยกลับจากเว็บพนันออนไลน์ในกัมพูชา ย้ำมาตรการปิดด่าน 100%

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ยังคงดำเนินมาตรการเฝ้าตรวจและสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวด โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 22.30 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 542 เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเนินดินแดง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี หลังได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 6 คน สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน เป็นชายและหญิง สัญชาติเวียดนาม ขณะที่อีก 4 คนอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ 

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่าเดินทางจากประเทศเวียดนามผ่านประเทศกัมพูชา ก่อนติดต่อผู้นำพาเพื่อลักลอบเข้าประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อหางานทำในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมาย

อีกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 546 ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 6 คน บริเวณบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย 4 คน และผู้นำพา 2 คน โดยให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเดินทางข้ามแดนไปทำงานเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ในประเทศกัมพูชา แต่ภายหลังทางการกัมพูชาเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ส่งผลให้สถานประกอบการยุติการดำเนินงานและไม่มีการจ่ายค่าจ้าง จึงลักลอบเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย

กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า ปัจจุบันยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนในพื้นที่รับผิดชอบตลอดแนว และควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล โดยผลการจับกุมทั้งสองกรณีสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้กระทำผิดยังคงต้องใช้ช่องทางธรรมชาติในการลักลอบเข้า–ออกประเทศ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางผ่านจุดผ่านแดนที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมของเจ้าหน้าที่ได้ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของมาตรการเฝ้าตรวจ การลาดตระเวน และการบูรณาการด้านการข่าวของทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img