ทรูเสริมจิตอาสาพร้อมพลังดิจิทัล เชื่อมโครงข่าย–ดาต้า–AI นำร่องยกระดับบริการแพทย์อาสาสู่ต้นแบบ”หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล”

กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2569 – มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (มธพ.) ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12)และนักศึกษาหลักสูต ประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.3) จัด
“โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี และโรงพยาบาลสระบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โครงการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจแพทย์อาสาครั้งสำคัญแห่งปี ด้วยการระดมทีมแพทย์เฉพาะทาง บุคลากรสาธารณสุขและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เปิดให้บริการรวม 18 กลุ่มคลินิก ครอบคลุม 52 คลินิกเฉพาะทาง ตั้งแต่การตรวจรักษาโรคทั่วไป การคัดกรองโรค การตรวจหัวใจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การผ่าตัดส่องกล้อง ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพพื้นฐาน พร้อมรองรับประชาชนที่เข้ารับบริการกว่า 10,000 ราย ตอกย้ำพลังความร่วมมือของภาคการแพทย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ในการนำบริการสุขภาพคุณภาพไปใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น
ในฐานะพันธมิตรด้านดิจิทัลและจิตอาสา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมสนับสนุนภารกิจครั้งนี้ทั้งด้านกำลังคน โครงข่ายสื่อสาร อุปกรณ์ดิจิทัล ระบบซอฟต์แวร์ ดาต้า และ AI เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการผู้เข้ารับบริการจำนวนมากตลอด 3วันของการออกหน่วยแพทย์อาสาเป็นไปอย่างคล่องตัว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมนำร่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการของหน่วยแพทย์อาสา สู่ต้นแบบ “หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล” ที่สามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต โดยทรูได้จัดทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 30 คน ลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติงานในจุดบริการต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนโครงข่ายสื่อสารรถโมบายล์สัญญาณ อุปกรณ์ แท็บเล็ต เครื่องอ่านบัตรประชาชน
อุปกรณ์สื่อสารสำหรับหน้างาน รวมทั้งการติดตั้ง Private WiFi เฉพาะกิจ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ทางการแพทย์ภายในพื้นที่ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเสถียรยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ “หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล”ใช้ระบบดิจิทัลซึ่ง True Innovation Center of Excellence ภายใต้ทรู คอร์ปอเรชั่น พัฒนาร่วมกับ แพทยสภา ในการบริหารจัดการหน่วยแพทย์อาสา เพื่อให้บริการประชาชน
ครอบคลุมตั้งแต่การลงทะเบียน การตรวจสอบสิทธิ์ การจัดการคิว การใช้งาน OPD แบบดิจิทัลสำหรับแต่ละคลินิก การเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API ไปยังระบบสารสนเทศโรงพยาบาล หรือ HIS ของโรงพยาบาลสระบุรี ตลอดจนการแสดงผลข้อมูลผ่าน Real-time Dashboard ทั้งบนหน้าจอขนาดใหญ่และบนมือถือ เพื่อให้ทีมบริหารหน้างานเห็นภาพรวมของจำนวนผู้เข้ารับบริการ สถานะคิว และปริมาณผู้ป่วยในแต่ละคลินิกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมนำTrue Aura AI ภาษาไทยที่เป็นเสมือน แพทย์อาสา AI เข้ามาช่วยตอบคำถามและให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ทีมงานและผู้เข้ารับบริการ นับเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ และจิตอาสาอย่างเป็นรูปธรรม
พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า”โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์และพันธมิตรจากหลายภาคส่วนที่อาสามาช่วยกันด้วยใจ ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการนำบริการทางการแพทย์เฉพาะทางเข้าไปใกล้ประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อาจมีข้อจำกัดในการเดินทางหรือการเข้าถึงการรักษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น. การออกหน่วยในจังหวัดสระบุรีครั้งนี้ครอบคลุม 18 กลุ่มคลินิก แบ่งเป็น 52 คลินิกย่อย ซึ่งต้องอาศัยทั้งความพร้อมของทีมแพทย์ บุคลากรสาธารณสุข ระบบบริหารจัดการ และการสนับสนุนจากพันธมิตร เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และเป็นระบบมากที่สุด ซึ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยแพทย์อาสา มีส่วนสำคัญในการช่วยให้การดูแลประชาชนจำนวนมากเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความแออัด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ ถือเป็นอีกก้าวของการนำระบบดิจิทัลมาช่วยยกระดับภารกิจสาธารณสุขเพื่อประชาชน”

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า
“ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจร่วมกันในการนำศักยภาพของทรูทั้งด้านโครงข่าย เทคโนโลยีดิจิทัล ดาต้า AI และบุคลากรจิตอาสา มาสนับ สนุนภารกิจสำคัญของภาคการแพทย์ เพื่อให้การออกหน่วยแพทย์อาสาขนาดใหญ่สามารถรองรับประชาชนจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น. ทรูเชื่อว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการแพทย์ ภาครัฐ และภาคเอกชน จะช่วยสร้างโมเดลใหม่ของการนำเทคโนโลยีเข้าไปเสริมระบบบริการสุขภาพให้เข้าถึงประชาชนได้ใกล้ขึ้น เร็วขึ้น และเท่าเทียมยิ่งขึ้น”
คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “นอกจากเทคโนโลยีแล้ว อีกหนึ่งพลังสำคัญของภารกิจนี้คือพลังของคนทรูได้ส่งทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลการจัดการคิว ให้ข้อมูล และประสานงานในจุดบริการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนที่มารับบริการจำนวนมากได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและอบอุ่นที่สุด สำหรับทรู การเชื่อมต่อไม่ได้หมายถึงเพียงโครงข่ายหรือเทคโนโลยี แต่ยังหมายถึงการเชื่อมโยงความตั้งใจของคนในองค์กรเข้ากับความต้องการของสังคม ภารกิจนี้จึงสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของทรูที่เชื่อว่าพลังของคนและเทคโนโลยีสามารถร่วมกันสร้างประโยชน์ที่มีความหมายและช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ”

คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าศูนย์วิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “สำหรับภารกิจครั้งนี้ ทรูตั้งใจพัฒนาโซลูชั่นดิจิทัลเพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการหน่วยแพทย์อาสาขนาดใหญ่ให้มีความคล่องตัว แม่นยำ สามารถทำงานแบบเชื่อมโยง เห็นภาพรวม และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น โดยได้เชื่อมโยงโครงข่ายสื่อสาร ระบบซอฟต์แวร์ ดาต้า DashboardและAI เข้ากับกระบวนการทำงานของจุดบริการต่างๆ เพื่อให้ทีมงานเห็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การลงทะเบียน การจัดคิว การบันทึกข้อมูล OPD แบบดิจิทัล สถานะของแต่ละคลินิก ไปจนถึงจำนวนผู้เข้ารับบริการในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งหัวใจสำคัญคือการออกแบบให้เทคโนโลยีช่วยคนทำงานได้จริง ทั้งทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา เมื่อข้อมูลจากแต่ละคลินิกถูกเชื่อมโยงและแสดงผลผ่าน Dashboard ทีมบริหารหน้างานจะเห็นทันทีว่าคลินิกใดมีความหนาแน่น คลินิกใดสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเติมได้ หรือควรจัดสรรทรัพยากรอย่างไรให้เหมาะสมมากขึ้น นี่คือการใช้พลังของดาต้าและ AI เพื่อช่วยลดความแออัด เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการ และยกระดับประสบการณ์ของประชาชนที่เข้ารับบริการ ซึ่งความตั้งใจของทรูในการพัฒนาระบบดิจิทัล เต็มรูปแบบครั้งนี้ ยังนับเป็นต้นแบบ ‘หน่วยแพทย์อาสาดิจิทัล’เพื่อให้ทางแพทยสภาสามารถให้บริการประชาชนได้เต็มที่และสามารถนำระบบ รวมถึงข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปใช้ในโครงการถัดไปในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

