เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) พนักงานสืบสวนที่ 20/2568 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงหญิงชื่อดัง ในประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมิชอบด้วยหมายหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย มาให้ความเห็นทางวิชาการเพื่อนำถ้อยคำประกอบสำนวนการสืบสวน ก่อนสรุปสำนวนส่งสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมิชอบภายในเดือน มิ.ย.69 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้าพบดีเอสไอ ประกอบด้วย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และนายเอกราช นามโภคิน ภายหลังพบว่าการเสียชิวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงสาว จากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาว่าบาดแผลขาขวาด้านหน้าของแตงโมไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และต่อมามารดาของแตงโมได้นำส่งเอกสารให้กับคณะพนักงานสืบสวนตรวจพบว่ามีบาดแผลหลายจุดทั้งขาขวา-ขาซ้าย จึงได้เชิญทั้งหมดเข้าให้ข้อมูลเชิงวิชาการ โดยมี พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน ให้การรับรอง

พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 เปิดเผยก่อนร่วมประชุมกับแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และนายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวิเคราะห์ระบบ GPS ว่า จากคดีการสืบสวนดังกล่าวนี้ คณะพนักงานสืบสวนได้สืบสวนสอบสวนมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว จึงคาดว่าภายในเดือน มิ.ย.69 จะได้มีการสรุปสำนวนคดีการสืบสวนพร้อมความเห็นทางคดีแน่นอน อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนในห้วงเวลาที่ผ่านมา เราพบประเด็นสงสัยของรูปภาพที่ปรากฏในสื่อ และตำแหน่งระบุพิกัด (GPS) ที่พยานได้เคยเข้ามาให้การ ประกอบกับคำพิพากษาของศาลในหลายคดี ซึ่งเป็นคดีของผู้ร้องอย่างนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งก็พบว่าศาลได้มีการยกฟ้องกรณีที่ผู้ร้องถูกฟ้องไว้ อีกทั้งคำพิพากษาหลายคดีก็มีข้อเท็จจริงหลายเรื่องที่ไม่ตรงกัน หลังจากที่เราได้รับข้อมูลจึงได้มีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและได้นำสิ่งของที่ได้จากมารดาของคุณแตงโมไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงเป็นเหตุให้ในวันนี้เราได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนี้ก็มี แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก โดยได้เชิญมาให้ข้อมูลเรื่องบาดแผลขาหลังด้านขวาของคุณแตงโม รวมทั้งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีอย่างนายเอกราช นามโภคิน เพื่อที่จะได้นำภาพจำลองที่อยู่ในคำพิพากษาศาลออกมาจำลองเป็นภาพสี และจัดทำภาพใหม่ขึ้นมา
นอกจากนี้ ยังมีภาพจริงที่เราได้มาจากสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะก่อนหน้านี้ที่เราได้มีการขอภาพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่ได้ภาพมา จึงต้องใช้ภาพของสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน และเมื่อได้ภาพมาแล้วก็จะได้นำมาจำลองเหตุการณ์ ซึ่งวันนี้เรามีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช และแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านบาดแผลศัลยกรรมตกแต่ง มาร่วมกันถูกให้ข้อมูลบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม เพราะก่อนหน้านี้คุณแม่ของแตงโมก็เคยบอกว่าบาดแผลดังกล่าวยังไม่เคยมีการถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงมาก่อน ซึ่งทางแพทย์นิติเวชทั้งสองท่าน จะได้ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนว่าผลเป็นอย่างไร หรือมีเหตุสงสัยอย่างไรบ้าง
พ.ต.ต.ณฐพล เผยอีกว่า หากการพิจารณาถกเถียงพูดคุยระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชวันนี้มีผลเสร็จสิ้น ก็คงจะได้ข้อยุติ และคณะพนักงานสืบสวนก็จะได้สรุปความผิดทางคดีภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ว่าท้ายสุดแล้ว สำนวนคดีการเสียชีวิตของคุณแตงโมที่ผ่านมานั้น ได้มีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมจึงหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้เราจะอาศัยผลทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบทางเทคโนโลยี ประกอบคำให้การของพยานในชั้นศาลที่ไม่ตรงกันเลยเป็นหลัก
เมื่อถามว่าบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ถือเป็นภาพใหม่ที่พบ และจะนำไปตรวจสอบอย่างไรได้บ้างนั้น พ.ต.ต.ณฐพล ระบุว่า เราพบข้อเท็จจริงว่าบาดแผลด้านหลังขาขวาดังกล่าวนี้ยังไม่เคยมีการถูกพิจารณาในชั้นศาลมาก่อน และหากดูจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดก่อนหน้านี้ มันก็มีอะไรที่น่าสงสัยอยู่ เราจึงต้องมีการจำลองบาดแผล ว่าบาดแผลดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรได้บ้าง เพราะมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ว่าท้ายสุดแล้วมันจะสอดคล้องกับข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้มาการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบหรือไม่ บาดแผลดังกล่าว หากดูตามเบื้องต้นอาจเป็นไปได้ว่าถูกของแข็งมีคม แต่อย่างไรแล้วเราก็ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง มาให้ข้อมูลความน่าจะเป็น ว่ามันสามารถเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างที่ทำให้เกิดร่องรอยบาดแผลดังกล่าว คิดว่าข้อมูลสำคัญตรงนี้ไม่เกินสักระยะหนึ่งก็จะได้ข้อเท็จจริงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคณะพนักงานสืบสวน
เมื่อถามว่าบาดแผลด้านหลังขาขวาดังกล่าวมันไม่เคยปรากฏในสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนเลยใช่หรือไม่นั้น พ.ต.ต.ณฐพล ระบุว่า เบื้องต้นมันมีเหตุสงสัยว่าเคยมีการพิจารณามาก่อนหรือไม่ อย่างไร เพราะเราก็ได้ประเด็นตรงนี้มาจากการตรวจสอบดูคำพิพากษาของศาล จึงต้องนำมาประกอบดูว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนว่าบาดแผลด้านหลังขาขวามีลักษณะความลึกหรือร่องรอยคล้ายกับบาดแผลด้านหน้าขาหรือไม่นั้น เราเห็นว่ามันมีบาดแผลเกิดขึ้นจริง ส่วนลักษณะบาดแผลจะเหมือนคล้าย หรือแตกต่างกันอย่างไร ตนอยากให้ทางแพทย์ที่เราเชิญมา ได้เป็นผู้ให้ข้อมูลความน่าจะเป็นดีกว่า จะได้ข้อสรุปนำไปผนวกกับข้อเท็จจริงได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากท้ายสุดแล้วพบว่าหลักฐานบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ไม่เคยมีการตรวจสอบในสำนวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน จะต้องมีการดำเนินคดีฐานละเว้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนครั้งแรกหรือไม่นั้น ตนมองว่าอำนาจในการสืบสวนของดีเอสไอ คือการตรวจสอบกระบวนการข้อเท็จจริงที่ถูกนำไปสู่ชั้นศาล ชั้นพนักงานสอบสวน ว่าเคยมีการนำหลักฐานตรงนี้ปรากฏหรือไม่ ส่วนว่าใครได้ทำหรือไม่ได้ทำแล้วจะมีความผิดหรือไม่นั้น จะเป็นขั้นตอนภายหลังจากที่เราสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อที่จะได้ข้อสรุปว่ามีกระบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
พ.ต.ต.ณฐพล ระบุด้วยว่า ตนยอมรับว่าสำหรับภาพบาดแผลก่อนหน้านี้ที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เคยบันทึกเก็บไว้ในสำนวนแรกก็มีส่วนสำคัญ แต่เราก็ต้องนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาประกอบคู่ขนานกัน รวมถึงกรณีที่คุณแม่ของแตงโมได้มอบหมายให้ทนายความไปขอคัดคำพิพากษาของศาล ซึ่งก็ทำให้ได้เป็นภาพบาดแผลเป็นภาพขาวดำมา เราจึงต้องนำมาทำเป็นภาพสี เพื่อที่จะได้ให้มันมีความใกล้เคียงสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เราจะนำมาพิจารณาประกอบกับหลักฐานของตำรวจมากที่สุด
ทั้งนี้ กรณีว่าจะเป็นข้อกังขาหรือไม่ที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เกี่ยวกับการพิสูจน์ภาพบาดแผลนั้น มองว่าเทคโนโลยีคือการใช้ไขปัญหาได้ดีอย่างหนึ่ง อย่างไรแล้วมันก็อยู่ในสำนวนของศาลอยู่แล้ว ก็มองว่าเป็นแนวทางที่เราจะใช้พิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวด้วยว่า ส่วนว่ามีความมั่นใจมากขึ้นหรือไม่ที่ภาพร่องรอยบาดแผลด้านหลังขาขวานี้ จะนำไปสู่การพลิกคดีว่าท้ายสุดแล้วแตงโมอาจถูกฆาตกรรม หรือมีการทำร้ายร่างกายแตงโมก่อนที่เจ้าตัวจะเสียชีวิตนั้น คณะพนักงานสืบสวนมองประเด็นว่า การจะถูกฆาตกรรมก่อนหรือไม่นั้น เราอาจยังไม่สรุปในส่วนนี้ แต่เราจะเน้นดูว่าในการสอบสวนคดีอาญาที่ผ่านมามันมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตของแตงโมหรือไม่ และด้วยสาเหตุอะไร เราจึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้ให้เป็นที่ยุติก่อน เพราะหากมันพิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมจริง มันก็จะนำไปสู่การประมวลเรื่องขอรับเป็นคดีพิเศษได้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการบิดเบือนกระบวนการที่ทำทางอาญา ดีเอสไอก็ต้องส่งสำนวนนี้ให้ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนต่อไป และเราจะได้มีการเชิญประชุมคณะพนักงานสืบสวนนัดสุดท้ายภายในสัปดาห์ที่สามของเดือน มิ.ย.69 เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อสำนวนการสืบสวนแน่นอน
ขณะที่ รายงานภายในคณะพนักงานสืบสวน รายงานถึงภาพบาดแผลด้านหลังขาขวาของอดีตนักแสดงสาวแตงโม ที่พบรอยกรีดลึกไปถึงชั้นไขมัน อาจเป็นลักษณะบ่งชี้ว่าแตงโมถูกทำร้ายร่างกายก่อนเสียชีวิต ซึ่งหลักฐานภาพบาดแผลดังกล่าวพบร่องรอยบาดแผลหลายจุดบริเวณขา เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยเพียงบาดแผลขาขวาด้านหน้า ซึ่งเป็นแผลขนาดใหญ่ ลักษณะฉีกขาดอย่างรุนแรง แต่จากภาพชุดล่าสุดที่พบ กลับพบว่าบาดแผลขาหลังด้านขวา ยังมีรอยบาดแผลอีก 3 จุด ลักษณะคล้ายถูกของแข็งหรือวัตถุปลายแหลมทิ่มแทง ขณะเดียวกันบริเวณขาหน้าด้านซ้ายก็พบรอยแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมกรีดเป็นแนวยาว ส่วนขาหลังด้านซ้าย ยังพบร่องรอยบาดแผลเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน ดังนั้น จากลักษณะบาดแผลที่กระจายอยู่หลายตำแหน่ง ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า นักแสดงสาวแตงโมอาจได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต และอาจมีการดิ้นรนหรือต่อสู้ขัดขืนเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังคงต้องรอการตรวจสอบและยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง รวมถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสรุปสาเหตุและพฤติการณ์ที่แท้จริงต่อไป
รายงานภายในคณะพนักงานสืบสวน ยังบอกอีกว่า กระบวนการที่นำภาพบาดแผลจากสีขาวดำ มาทำเป็นภาพสีนั้น ได้มีการเตรียมใช้เทคโนโลยี AI Colorization ซึ่งไม่ใช่การสร้างข้อเท็จจริงใหม่ แต่เป็นการสร้างภาพเพื่อช่วยตีความข้อมูลเดิม (Data Interpretation & Visualization) หลักการเดียวกับ Forensic Facial Reconstruction จากโครงกะโหลก หรือ 3D Reconstruction จาก CT Scan/DICOM ที่ใช้ข้อมูลต้นฉบับมาสร้างแบบจำลองให้เข้าใจง่ายขึ้น ทำให้ภาพที่ได้จึงเป็น Visualization Tool หรือ Decision Support Tool
สำหรับการวิเคราะห์ทางการแพทย์และนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หลักฐานต้นฉบับ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นรายละเอียดทางกายวิภาคและพยาธิสภาพได้ชัดเจนขึ้น โดยยังคงยึดข้อมูลต้นฉบับเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดเสมอ

