หน้าแรกไลฟ์สไตล์เปิดโลก “หวงซานเม่าฟง” เรียนรู้วัฒนธรรมชาอันฮุย จากสวนชาสู่ถ้วยชาคุณภาพทั่วโลก

เปิดโลก “หวงซานเม่าฟง” เรียนรู้วัฒนธรรมชาอันฮุย จากสวนชาสู่ถ้วยชาคุณภาพทั่วโลก

ชาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มยอดนิยมของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนานนับร้อยปี โดยเฉพาะในมณฑลอันฮุย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดชาชื่อดังหลายชนิดของจีน

ระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานและแหล่งผลิตชาในพื้นที่เทือกเขาหวงซาน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมา กระบวนการผลิต และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ “หวงซานเม่าฟง” (Huangshan Maofeng) หนึ่งในชาเขียวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน 

สืบทอดภูมิปัญญาชากว่า 6 รุ่น

บริษัทชาชื่อดัง “เซี่ยอวี่ต้า” (Xieyuda) ซึ่งมีรากฐานมาจาก “เซี่ย เจิ้งอัน” ผู้บุกเบิกและผู้ก่อตั้งชาหวงซานเม่าฟง โดยร้านชาแห่งแรกของเขาถูกเปิดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้

ปัจจุบัน ธุรกิจยังคงบริหารโดยทายาทของตระกูล และสืบทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตชามาแล้วถึง 6 รุ่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของชาจีนดั้งเดิม

นอกจากนี้ ภายในอาคารยังจัดแสดงแนวคิดและวัฒนธรรมองค์กรผ่านคำว่า “Shen Yu Tang” ซึ่งสื่อถึงความรอบคอบ ความรับผิดชอบ และการให้คุณค่ากับความมั่งคั่งที่เกิดจากอุตสาหกรรมชา โดยผู้ก่อตั้งต้องการปลูกฝังให้คนรุ่นหลังดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และใส่ใจในชาทุกถ้วย

อันฮุย ดินแดนแห่งชาชื่อดังของจีน

มณฑลอันฮุยเป็นแหล่งผลิตชาคุณภาพหลายชนิด อาทิ หวงซานเม่าฟง, ฉีเหมินแบล็กที (Qimen Black Tea), หลิ่วอันกวาเพี่ยน (Lu’an Guapian) และไท่ผิงโหวขุย (Taiping Houkui) ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ภายในศูนย์จัดแสดงยังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปรมาจารย์ชาผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมชาในอันฮุย รวมถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนอย่าง จู หยวนจาง จักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์หมิง ผู้มีบทบาทในการผลักดันการใช้ชาใบหลวมแทนชาอัดก้อน ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการดื่มชาได้มากขึ้น

ชากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีน

นอกจากด้านเศรษฐกิจแล้ว ชายังมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมจีน โดยในอดีต บัณฑิตและนักปราชญ์มักดื่มชาควบคู่กับกิจกรรมทางศิลปะ เช่น การเล่นดนตรีจีน การเขียนพู่กัน การวาดภาพ และการทำเครื่องปั้นดินเผา

ชายังปรากฏอยู่ในพิธีกรรมสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ (ไป๋ซือ) พิธีแต่งงานผ่าน “ชาแห่งความปรองดอง” ที่อวยพรให้คู่บ่าวสาวใช้ชีวิตร่วมกันอย่างราบรื่น หรือพิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวด้วยการถวายชาต่อบรรพบุรุษ เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญู

จากยอดเขาสู่ถ้วยชา

แหล่งปลูกชาของบริษัทตั้งอยู่บนเทือกเขาหวงซาน ที่ระดับความสูงประมาณ 600-800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกชาคุณภาพสูง โดยโรงงานผลิตตั้งอยู่ใจกลางสวนชาเพื่อให้สามารถใช้ใบชาสดใหม่เป็นวัตถุดิบได้ทันที

บริษัทยังพัฒนาสายพันธุ์ชารุ่นใหม่ผ่านการเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต ขณะที่บางพื้นที่ของสวนชาถูกปลูกร่วมกับต้นซากุระ ซึ่งจะผลิดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สร้างทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์

เบื้องหลังความพิถีพิถันของชา “หวงซานเม่าฟง”

หนึ่งในไฮไลต์ของการเยี่ยมชมคือการเรียนรู้กระบวนการผลิตชา ซึ่งต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์

สำหรับชาเขียวหวงซานเม่าฟง ขั้นตอนสำคัญคือการไล่ความชื้นออกจากใบชาสด เพื่อหยุดกระบวนการออกซิเดชันและรักษาคุณภาพของใบชา โดยในช่วงแรกสามารถลดความชื้นได้ราว 20% พร้อมช่วยเพิ่มกลิ่นหอมของชา

ผู้เข้าชมยังได้เห็นการคั่วใบชาด้วยมือ ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แม้กระทะคั่วชาจะมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 260 องศาเซลเซียส แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงใช้มือในการพลิกและเคลื่อนใบชาอย่างชำนาญ เพื่อควบคุมคุณภาพของชาให้ได้ตามมาตรฐาน

หลังจากนั้น ใบชาจะเข้าสู่ขั้นตอน “การนวดใบชา” เพื่อกระตุ้นให้น้ำชาและสารสำคัญภายในเซลล์ใบชาออกมา ก่อนเข้าสู่กระบวนการอบชา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของหวงซานเม่าฟง โดยใช้เวลาอบนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อไล่ความชื้นที่เหลืออยู่ และพัฒนาเอกลักษณ์ด้านกลิ่นและรสชาติของชา ก่อนส่งขายไปหลายเมืองทั่วประเทศจีน และออกสู่ต่างประเทศ อย่างเช่นแถบตะวันออกกลาง 

ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความละเอียดและความชำนาญ ตั้งแต่การกระจายใบชาให้ทั่วถึง ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการผลิต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หวงซานเม่าฟงยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในชาเขียวคุณภาพสูงของจีนมาจนถึงปัจจุบัน

มณีนาถ อ่อนพรรณา / เขียน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img