เพชรบุรี, วันที่ 29 พฤษภาคม – พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.), นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส. และคณะผู้บริหาร เดินทางไปติดตามความก้าวหน้า แผนงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกับน้ำในพื้นที่โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หุบกะพง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งได้ไปอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ และพื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเร่งขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผวจ.เพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และแนวทางผลักดันโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. ได้เร่งรัดทุกหน่วยงานเดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกรมป่าไม้เตรียมพันธุ์ไม้ ทั้งไม้ดอกและไม้สวยงาม ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมทรัพยากรน้ำ เร่งพัฒนาระบบแหล่งน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว “หลังจากนี้ทุกหน่วยงานจะร่วมกันกำหนดแผนงานอย่างชัดเจน ทั้งกรอบเวลา การปลูกป่า การพัฒนาระบบน้ำ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ต้นไม้ทุกต้นเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน”
ด้าน นางรวีวรรณ กล่าวว่า ปี 2569 ทส. มีแผนปลูกไม้หลากสีบนพื้นที่ 22 ไร่ จำนวน 1,600 ต้น โดยใช้ไม้ขนาดใหญ่สูง 3–4 เมตร พร้อมติดตั้งระบบน้ำหยด เพื่อเพิ่มอัตราการรอดในพื้นที่แห้งแล้งและรองรับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ ขณะเดียวกัน ในปี 2570 เตรียมขยายพื้นที่ปลูกไม้หลากสีเพิ่มเติมอีก 86 ไร่ และปลูกป่าเสริมกว่า 4,300 ไร่ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนร่วมฟื้นฟูพื้นที่ผ่านกิจกรรม CSR ภายหลังระบบบริหารจัดการน้ำแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ กระทรวงยังเร่งพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร โดยนำน้ำบาดาลจากพื้นที่ห้วยทรายเหนือส่งมายังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ซึ่งเป็นน้ำสะอาดสามารถบริโภคได้ พร้อมเตรียมก่อสร้างหอถังน้ำ 2 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดมากขึ้น ปัจจุบันมีการเจาะและพัฒนาบ่อบาดาลแล้ว 6 บ่อ คาดว่างานพัฒนาบ่อจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569 งานวางท่อแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2569 และระบบประปาบาดาลทั้งหมดจะสมบูรณ์ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ปลัด ทส. กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนกว่า 9,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลสามพระยา และโรงเรียนห้วยทรายใต้ รวมถึงช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สนับสนุนการปลูกต้นไม้และภาคการเกษตร ลดผลกระทบจากภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

