ซัด..!!! “วิธีสกปรก–ไร้จริยธรรม”ยืนยัน “นายกฯ อนุทิน” ไม่เคยกดดัน-ไม่เคยสั่งถอนวาระ พรุ่งนี้ลุ้นวาระตั้ง “หมอทวีศิลป์” นั่ง ผช.ผบ.ตร. ดัน “หมอไพบูลย์” ขึ้น “นายแพทย์ใหญ่” ก่อนเกษียณ

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่ากรณีที่มีกระแสปรากฏเป็นข่าวว่า การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ครั้งที่ 5/ 2569 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ เวลา 13.30 น. จะถอนวาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานฯ ได้สั่งถอนวาระ ดังกล่าว ออกจากวาระการประชุมนั้น
ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว จากคณะกรรรมการฯ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และ รอง ผบ.ตร., จตร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง ที่ต่างออกมายืนยันตรงกันว่า “ไม่มีคำสั่งดังกล่าว จากนายกรัฐมนตรี ที่ประธานฯ ให้ถอนวาระ แต่งตั้ง พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ ช่วยราชการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ซึ่งเป็นตำแหน่งว่าง โดยจะแต่งตั้งระดับระนาบให้ พล.ต.ท. ไพบูลย์ เจียมนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ.8) รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ (พตร.)”

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านหนึ่ง กล่าวยืนยันว่า นายกฯ ถอนไม่ได้ต้องใช้ความเห็นของ ก.ตร. และมีมติ รวมทั้งนายกฯ ก็ไม่กดดัน ตามที่มีกระแสข่าว โดยกรณีดังกล่าวผ่านขั้นตอน การเห็นชอบของคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะบรรจุเป็นวาระเข้าที่ประชุม ซึ่งประธานฯ ก็เห็นชอบบรรจุวาระเข้าที่ประชุมเป็นการเสนอตามขั้นตอนกระบวนการ
ส่วน ก.ตร. จะแสดงความคิดเห็นอย่างไร ก็พิจารณากันในที่ประชุม ซึ่งทั้ง 2 นาย จะเกษียณ 30 กันยายน นี้ กรณีมีขบวนการใต้ดินมีความพยายามปล่อยข่าวในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดมา โดยต้องการให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ กลับไปปฎิบัติหน้าที่แพทย์ใหญ่ให้ได้โดยเร็ว และมีกลุ่มดังกล่าวไม่อยากให้แต่งตั้งขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. ตนตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นเรื่องแปลกและเป็นวิธีที่สกปรก ขาดคุณธรรมจริยธรรมชัดเจน กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ เลย ท่านไม่ได้สั่งการ ท่านไม่มีกดดัน ก.ตร. โดยเชื่อว่าเป็นการเดินเกมของพวกกลุ่มนี้ที่ไม่ธรรมดาตนในฐานะเป็น ก.ตร. ไม่ได้กังวลเลย หากที่ประชุมไม่เห็นชอบ ก็เหมือนเดิม คือ คนหนึ่งช่วยราชการ อีกคนก็ รรท.พตร. ไปสบายมาก แต่สิ่งที่ตนมีความคิดเรื่องนี้ อันเนื่องจากมีตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ อาวุโส 1 และหาก ก.ตร. มีมติให้เป็น ผช.ผบ.ตร. ก็ไม่ต้องช่วยราชการ ศปก.ตร. เพราะการมีมติให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ถือว่า ยศเท่าเดิม แต่ยังยกระดับตัวเองในตำแหน่งที่สูงขึ้น ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ กลับไปทำหน้าที่ พตร.
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของ พล.ต.ท.ไพบูลย์ รักษาราชการแทนมา 8 เดือน ก็ควรเป็น พตร. เพราะทำงานได้ดีมาก มีโครงการมากมาย มีวิสัยทัศน์ดี ที่จะดูแลข้าราชการตำรวจและครอบครัว และให้บริการประชาชนได้ดี ตลอดจนทั้ง พล.ต.ท.ทวีศิลป์ และ พล.ต.ท.ไพบูลย์ ก็จะเกษียณ 30 กันยายน ที่จะถึงนี้ ถือได้ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่กระทบใครเลย จะมายึดติดตำแหน่งหรือไม่ เพื่ออะไรนั้นก็ต้องไปคิดดูกันเอาเอง…? และ“ขอยืนยันว่าท่านนายก ไม่ได้กดดัน หรือสั่งการอะไรเลยครับ” ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง กล่าวย้ำ

