“เต้007” ควง “พี่หน่อง” บุกศึกษานารี นักเรียนแห่กรี๊ดแน่น ขอเซลฟี่-ลายเซ็น ทำท่า “ซิกเสเว่น” เปิดนโยบายแก้น้ำท่วม-ดูแลทหารผ่านศึก 70,000 นาย ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.

77

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 เวลา 14.35-17.00 น. กลุ่ม “กรุงเทพบินได้” นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้007” พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะนักเรียนโรงเรียนศึกษานารี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีนักเรียนจำนวนมากให้ความสนใจร่วมต้อนรับ ขอถ่ายภาพ เซลฟี่ แจกลายเซ็น และร่วมทำท่า “ซิกเสเว่น” สัญลักษณ์ประจำตัวของ “เต้007” อย่างใกล้ชิด จนพื้นที่จัดกิจกรรมแน่นไปด้วยแฟนคลับและนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับคณะ “กรุงเทพบินได้” ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “พี่เต้ พระราม 7” ว่าที่ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., นายภาสพงศ์ ไชยวริยะวาณิชย์ หรือ “พี่หน่อง” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พลโท อัคริน รัชฎานนท์ หรือ “พี่อัค” ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลงานด้านสาธารณสุข ภัยพิบัติ และความปลอดภัย, นางสาวภคอร จันทรคณา หรือ “พี่อุ๋” ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลงานด้านการศึกษา การพัฒนาชุมชนและสังคม, นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชศรี หรือ “พี่อ๊อด” ว่าที่รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลงานด้านการเงิน งบประมาณ และความสะอาดสิ่งแวดล้อม, นายสรกฤช จันทรคณา หรือ “พี่อ้น” ว่าที่เลขานุการผู้ว่าฯ กทม., นายรังโรจน์ อินรออิน หรือ “พี่โรจน์” ว่าที่ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม., นายอนรักษ์ อมรมุตตาวิจิต หรือ “พี่กอล์ฟ” ว่าที่ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และ นางสาวกฤษยากร สรชัย หรือ “พี่อุ้ม” ว่าที่ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.

ภายในงาน สมาชิกกลุ่มได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอจากเยาวชนเกี่ยวกับปัญหาของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วม การเดินทาง และคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” หลังส่ง นายภาสพงศ์ ไชยวริยะวาณิชย์ หรือ “พี่หน่อง” ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ดี หลังลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และสามารถจับสลากได้หมายเลข 7 ตามที่ตั้งใจไว้ พร้อมยืนยันว่าหลังเสร็จภารกิจสมัครเลือกตั้ง ก็ยังเดินหน้าลงพื้นที่พบปะนักเรียนและประชาชนต่อทันที โดยในวันนี้ได้มาพบปะนักเรียนโรงเรียนศึกษานารี ซึ่งสะท้อนปัญหาเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และต้องการเห็นการแก้ไขอย่างจริงจัง

“เรื่องน้ำท่วมถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกลุ่มกรุงเทพบินได้ เราจะขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขินให้ลึกขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยอาจไม่จำเป็นต้องสร้างแก้มลิงทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถทำได้จริงและมีแผนการดำเนินงานชัดเจน” นายภาสพงศ์ กล่าว

ด้าน นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การที่ “พี่หน่อง” จับได้หมายเลข 7 ถือเป็นเลขที่ตรงกับภาพจำ “เต้ พระราม 7” ซึ่งประชาชนทั่วประเทศรู้จักกันดี และเชื่อว่าจะเป็นเลขนำชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมย้ำว่ากลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ต้องการเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองทันสมัย โปร่งใส และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ทุกนโยบายที่ทีมงานนำเสนอสามารถทำได้จริง ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วม การแก้ปัญหา PM2.5 การตรวจสภาพรถอย่างเข้มงวดเพื่อลดมลพิษ และการปราบปรามคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเชื่อว่าสามารถลดงบประมาณรั่วไหลได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อนำงบประมาณกลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายช่วยเหลือเด็กและเยาวชน โดยเสนอเงินสนับสนุนวันละ 100 บาทในช่วงเปิดเทอม สำหรับเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง รวมถึงนโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้พิการ พร้อมผลักดันให้ภาคธุรกิจเปิดรับคนพิการเข้าทำงานมากขึ้น และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่จ้างงานคนพิการ

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดช่วยเหลือทหารผ่านศึก โดยระบุว่า มีกลุ่มทหารผ่านศึกที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานครประมาณ 70,000 นาย ซึ่งกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” มีนโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือและสวัสดิการให้ทหารผ่านศึก รวมถึงประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทหารผ่านศึกในการสนับสนุนนโยบายของกลุ่ม

พร้อมกันนี้ ยังมีแนวคิดช่วยเหลือวินจักรยานยนต์รับจ้าง คนขับแท็กซี่ และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ด้วยการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและลดภาระหนี้นอกระบบ

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงแนวคิดด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ โดยต้องการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเสนอแนวคิดจัดตั้งสำนักงานจัดหาคู่ เพื่อรองรับปัญหาอัตราการเกิดต่ำและคนโสดในกรุงเทพมหานครที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และกีฬา เช่น การบริหารจัดการราคาน้ำมันให้ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาถูก รวมถึงแนวคิดสนับสนุนวงการฟุตบอลและการพัฒนากีฬา เพื่อผลักดันนักกีฬาไทยสู่ระดับโลกในอนาคต

นายมงคลกิตติ์ ยังเปิดเผยกำหนดการลงพื้นที่ในวันถัดไป โดยช่วงเช้าจะเดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ก่อนช่วงบ่ายจะเดินทางไปพบปะนักเรียนที่โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และช่วงค่ำลงพื้นที่ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เพื่อพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ระบุว่า การลงพื้นที่พบปะเยาวชนและประชาชน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าหาเสียงและลงพื้นที่พบประชาชนทุกวัน เพื่อผลักดันแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดีขึ้นต่อไป.