กรมควบคุมโรค ชี้แจงมาตรการเฝ้าระวัง “อีโบลา” แก่สถานประกอบการโรงแรมและที่พัก ย้ำแนวทางดูแลสุขอนามัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

63

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมชี้แจงมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรองรับผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมย้ำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงาน และผู้เข้าพัก


วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก เกี่ยวกับแนวทางเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เพื่อให้สถานประกอบการสามารถดูแลพนักงาน และผู้เข้าพัก ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ความรู้เรื่องโรค รวมทั้งชี้แจงมาตรการสำคัญสำหรับสถานประกอบการ ประกอบด้วย 1. การเตรียมความพร้อมด้านสุขอนามัย โดยให้จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยให้เพียงพอ เช่น จุดล้างมือ สบู่ เจลแอลกอฮอล์ สำรองหน้ากากอนามัยสำหรับพนักงานและผู้เข้าพัก รวมถึงจัดเตรียมถุงมือและน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานที่อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ พร้อมทั้งสื่อสารแนวทางปฏิบัติและช่องทางประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขให้พนักงานรับทราบอย่างชัดเจน รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าพักล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยง

การสัมผัสสารคัดหลั่ง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากมีอาการป่วย 2. แนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้เข้าพักสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หากสถานประกอบการพบผู้เข้าพักที่มีประวัติเสี่ยง และมีอาการป่วย ให้ดำเนินมาตรการอย่างเคร่งครัด ดังนี้ ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย และแยกกักอยู่ภายในห้องพัก หลีกเลี่ยงการออกจากห้องและการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น แยกของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จานชาม ออกจากผู้อื่น ห้ามผู้ป่วยใช้รถสาธารณะทุกประเภท และห้ามพนักงานโรงแรมขับรถส่วนตัวนำส่งโรงพยาบาลเองโดยเด็ดขาด เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อระหว่างทาง โดยให้รีบแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อให้หน่วยปฏิบัติการเฉพาะทางเข้าประเมิน และรับส่งผู้ป่วยอย่างปลอดภัย

พร้อมทั้ง จำกัดพนักงานที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด และจัดทำรายชื่อผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค 3.การทำความสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม ควรทำความสะอาดพื้นผิว และจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรง หากพนักงานจำเป็นต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล (PPE) และล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ทันทีหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม และที่พักดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และเฝ้าระวังผู้เข้าพักตามแนวทางที่กำหนด เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422