กรมควบคุมโรค- WHO-สตม. แจง กมธ.สาธารณสุข คุมเข้ม ฮันตา-อีโบลา “สกลธี” รับปากดันงบ-ค่าเสี่ยงภัย จนท.ด่านหน้า

82

“สกลธี” เชิญ กรมควบคุมโรค-WHO-ตรวจคนเข้าเมือง เข้ารายงานและเฝ้าระวังรับมือ “ไวรัสฮันตา-อีโบลา” ต่อ กมธ.สธ. ย้ำจะนำเรื่องงบประมาณ-ค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ไปผลักดันต่อ ด้านกรมควบคุมโรค ยันยกระดับคุมเข้มหน้าด่านขั้นสูงสุด ด้าน WHO เสนอให้ไทยลงทุนระบบรับมือโรคระบาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอนาคต

รัฐสภา, วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข (กมธ.สธ.) สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายสกลธี ภัททิยกุล ประธาน กมธ.สธ. ได้เชิญ นายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ตัวแทนจากกรมควบคุมโรค ดร.ริชชาร์ด บราวน์ (Dr Richard Brown ) ตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าชี้แจงสถานการณ์และมาตรการรับมือโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาและอีโบลาต่อคณะกรรมาธิการ

โดยนายแพทย์วิชาญ รายงานว่า ไวรัสฮันตา มีความเสี่ยงระบาดต่ำ แต่สำหรับอีโบลานั้น กำลังเผชิญกับสายพันธุ์ใหม่ที่มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่ได้ยกระดับคุมเข้มหน้าด่านอย่างสูงสุด โดยผู้ที่มีความเสี่ยงจะถูกส่งเข้าศูนย์กักกันทันที ทั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรคพบอุปสรรคสำคัญคือ ผู้เดินทางเข้าประเทศมีการย้ายโรงแรมที่พักด้วยตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาติดตามตัวพอสมควร  พร้อมกันนี้ได้ฝากประเด็นให้กรรมาธิการช่วยสนับสนุนเรื่องงบประมาณและเพิ่มความชัดเจนเรื่องค่าตอบแทนความเสี่ยงของบุคลากรด่านหน้า

ขณะที่ ผู้แทนจาก WHO ระบุว่าโรคอีโบลามีระยะฟักตัวสั้นกว่าฮันตาที่อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ตรวจพบได้เร็วกว่า พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตามได้เสนอแนะให้ไทยลงทุนระบบรับมือโรคระบาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอนาคต เนื่องจากอาจมีความถี่สูงขึ้น โดยเน้นย้ำว่ามาตรการต่างๆ ต้องรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อการค้ามากเกินไป

ขณะที่ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานยืนยันว่าทางหน่วยงานมีมาตรการปฏิบัติที่รัดกุมและเฝ้าระวังผู้เดินทางอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีบุคคลที่อยู่ในการจับตาเฝ้าระวังจำนวน 1 ราย ซึ่งอยู่ในการดูแลควบคุมที่สถาบันบำราศนราดูร

ในช่วงท้ายของการประชุม นายสกลธี ได้สอบถามเกณฑ์การปรับลดวันกักตัวจาก 21 วัน ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า อาจมีการนำข้อมูลทางวิชาการและบริบทสังคมมาพิจารณาปรับรูปแบบใหม่ “ทางกรรมาธิการมีความอุ่นใจที่ได้เห็นมาตรการป้องกันที่รัดกุมของทุกหน่วยงาน และจะนำประเด็นเรื่องงบประมาณรวมถึงค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการผลักดันต่อตามที่ได้ฝากไว้”