“Wada Tomato Valley” ( หว่าต๋า โทเมโท วัลเลย์ ) ต้นแบบเกษตรอัจฉริยะของจีน กับการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยีและโลจิสติกส์ดิจิทัล

หนึ่งในจุดหมายสำคัญของคณะสื่อมวลชนต่างชาติในการเยือนเมืองฝูหยาง มณฑลอันฮุย ประเทศจีน คือ “Wada Tomato Valley” หรือ “หว่าต๋า โทเมโท วัลเลย์” เขตสาธิตการเกษตรสมัยใหม่ ที่กำลังกลายเป็นต้นแบบของเกษตรอัจฉริยะในจีนยุคใหม่
โครงการแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปั้นเฉียว เขตอิ่งตง เมืองฝูหยาง พัฒนาโดยบริษัท Anhui Wada Modern Agricultural Technology Co., Ltd. ครอบคลุมพื้นที่กว่า 520,000 ตารางเมตร มีโรงเรือนและเรือนกระจกมากกว่า 300 แห่ง และเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2024

จุดเด่นของที่นี่ คือการผสาน “เทคโนโลยีการเกษตร + การบริหารจัดการ + โลจิสติกส์ดิจิทัล” เข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์มะเขือเทศ การเพาะปลูกในระบบอัจฉริยะ ไปจนถึงการขนส่งตรงถึงผู้บริโภค

นายหลี่ว ปิน ประธานบริษัท Anhui Wada Modern Agricultural Technology Co., Ltd. ผู้บริหารของโครงการ ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบ B2C หรือขายตรงถึงผู้บริโภค ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมร่วมมือกับบริษัทขนส่งรายใหญ่ของจีนอย่าง Shunfeng และ JD.com เพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของผลผลิต
มะเขือเทศของ Wada ยังถูกวางตำแหน่งเป็น “มะเขือเทศพรีเมียม” ที่เน้นรสชาติแบบดั้งเดิม คล้ายมะเขือเทศเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ที่มีรสชาติเข้มข้นและเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากมะเขือเทศอุตสาหกรรมทั่วไปที่แม้จะให้ผลผลิตสูง แต่รสชาติไม่โดดเด่น สามารถรับประทานผลสดได้เลย และส่วนใหญ่ไม่ค่อยำมาปรุงอาหาร เจ้าหน้าที่บริษัทระบุว่าที่นี่ได้รับการรับรองว่าเป็นมะเขือเทศคุณภาพและรสชาติดีที่สุดในจีน
ปัจจุบัน Wada Tomato Valley ได้วางโครงสร้างการผลิตในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจีน ตั้งแต่กว่างโจว หยานจิง เซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง และอีกหลายเมือง เพื่อให้สามารถเพาะปลูกและกระจายสินค้าได้ตลอดทั้งปี

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร บริษัทแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรท้องถิ่น โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยสนับสนุนเกษตรกรจำนวนมากให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตสมัยใหม่ สอดคล้องกับนโยบายรัฐขจัดความยากจนด้วยเกษตรสมัยใหม่
ขณะเดียวกัน เมืองฝูหยางเองก็ถูกผลักดันให้เป็นเมืองต้นแบบด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ทั้งระบบรถไฟความเร็วสูง ทางด่วน ทางน้ำ และการขนส่งทางอากาศ รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนควบคู่กันไป

การเยือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมแหล่งผลิตมะเขือเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงภาพการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรกรรมจีน จากเกษตรดั้งเดิม สู่ “เกษตรอัจฉริยะ” ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
มณีนาถ อ่อนพรรณา / ข่าว

